Jump to content


Photo

(นิยาย) บันทึกรักพลทหาร Private Supermodel and the Love Commander

นิยาย

  • Please log in to reply
67 replies to this topic

#61 DhoomGirl

DhoomGirl

    สมาชิกหน้าใหม่

  • Members
  • Pip
  • 37 posts
  • Gender:Female
  • Location:Bangkok

Posted 02 April 2014 - 12:47 AM

ตอนที่ 57 Safe Period

 

 

"เจ๊ๆ ดูคนนั้นสิ หล่อเนอะ มาเป็นทหารนี่มันก็ดีเหมือนกันเนอะว่าไหม" เสียงยัยอั้มคอยเม้าท์มอยหัวเราะคิกคักให้ฉันหันไปดูพลทหารผู้ชายคนโน้นคนนี้ที่กำลังเตรียมแข่งกีฬาสำหรับทหารใหม่ ส่วนฉันคงได้แค่นั่งดูข้างสนามแบบนี้แหละ ให้ลงไปเตะบอล เตะตระกร้อคงไม่ไหวล่ะนะ

 

"ฉันเห็นแกก็บอกหล่อทุกคนอ่ะอั้ม" ฉันหันไปเหน็บรุ่นน้องตัวเองพร้อมส่ายหน้าอย่างเอือมระอา

 

หลังจากงานเลี้ยงวันนั้น ชีวิตของฉันก็กลับเข้าวังวนเดิมๆ ในรั้วค่ายทหารแห่งนี้ ฉันเริ่มจะชินกับบรรยากาศโหวกเหวกโวยวายแบบนี่ซะแล้ว เวลาผู้ชายอยู่รวมกัน มันช่างหนวกหูยิ่งกว่าผู้หญิงจับกลุ่มคุยกันหลายเท่านัก หลายครั้งที่ฉันประสาทจะเสียเวลาบรรดาผู้ชายนี่ลุกมาร้องรำทำเพลง แต่เห็นว่าคงเป็นการคลายเครียดหลังจากฝึกเหนื่อยๆ ฉันจึงไม่ได้ขัดอะไร ได้แต่นั่งเบื่อๆ แบบนี้กับอั้มสองคน ไม่สิต้องนั่งเบื่อคนเดียว เพราะนางรุ่นน้องฉันดูสนุกพาเพลินไปกับผู้ชายมากมายในสนามบอลนี้

 

"อะไรกันเจ๊นี่มันสวรรค์ชัดๆ ทำหน้าเหมือนจะตายอยู่นั้นแหละ หันไปดูนั้นไป หมวดของเจ๊น่ะ ถอดเสื้อโชว์หุ่นแล้วอ่ะ กรี๊ด พี่บอสก็ด้วย โอ้ยตายๆ" เสียงนังอั้มดังพร้อมหมุนหัวฉันไปดู ทำให้ฉันต้องปัดมือออก ละตีมันหนึ่งทีที่มาเล่นหัวฉัน

 

แต่ภาพตรงหน้าที่ฉันเห็นทำเอาคำพูดที่จะด่านังอั้มหายลงคอไปหมด ตอนนี้ทหารหลายๆ คนในสนามที่วิ่งเตะบอลกันเริ่มถอดเสื้อออก แบ่งทีมหรืออย่างไรไม่รู้ แต่มีเพียงคนเดียวที่ดึงดูดสายตาของฉันไว้ ตอนนี้ร่างกายของหมวดไม่มีอะไรปกปิดท่อนบนไว้แล้ว

 

หุ่นล่ำๆ นั้นเริ่มเรียกเสียงกรี๊ดกร๊าดจากสาวๆ แถวนี้ที่มาคอยสอดส่องได้บ้าง ทำให้ฉันได้แต่มองด้วยสายตาเหยียดๆ งานการไม่มีทำกันหรือไงนะ มานั่งกรี๊ดผู้ชายกันอยู่ได้

 

"เป็นไรคุณนั่งทำหน้ายุ่งอยู่นั้นอ่ะ" เสียงกวนๆ ของลูกสมุนดังขึ้นพร้อมเดินมาทางฉันกับเจ้านายของมัน

 

แม้จะออกมานั่งพักแต่ทั้งสองคนตอนนี้ยังคงไม่ได้สวมอะไรไว้เหมือนเดิม มีเพียงเสื้อที่พาดไว้บนไหล่ ทำให้ฉันไม่ค่อยอยากจะหันไปมองเต็มตาเท่าไหร่ ต่างจากนังอั้มที่มองด้วยสายตาละห้อย จ้องจนเหมือนอยากจะกินบอสเข้าไปทั้งตัว จนฉันต้องดันหน้ามันเบาๆ เผื่อจะได้สติคืนมาบ้าง

 

"เก็บอาการหน่อย" ฉันพูดเบ้ปากใส่ เห็นผู้ชายเป็นไม่ได้

 

"อ้าว ถามไม่ตอบไปแกล้งอั้มเขาอีก" เสียงพูดของบอสยิ่งทำนังอั้มคลั่งจนแทบลงไปดิ้ดดิ้น คงคิดว่าบอสเป็นห่วงมันสินะ

 

'เขารักฉัน เขารักฉัน' เสียงนังอั้มพึมพำกับตัวเองไปเรื่อยก่อนสองคนนั้นจะเดินมาถึงที่ที่ฉันนั่งอยู่

 

"มีอะไร" ฉันถามสั้นๆ โดยที่มองผ่านๆ เล่นไม่ใส่เสื้อใส่ผ้ากันแบบนี้ ไม่อายบ้างรึไงนะ

 

"นั่งว่างมากก็ไปเอาน้ำไปช่วยเดินแจกไป ทำตัวให้มันมีประโยชน์หน่อย" เสียงวางอำนาจจากหมวดดังขึ้น ทำให้ฉันหันไปมองเตรียมโวยวาย แต่พอหันไปใจกลับเต้นไม่เป็นจังหวะ ปรกติฉันไม่อินกับผู้ชายที่เตะบอลเหงื่อท่วมตัวสักเท่าไหร่ ตั้งแต่สมัยเป็นเรียนหนังสือแล้ว มันดูสกปรก แต่ภาพตรงหน้าในตอนนี้มันต่างจากนั้นโดยสิ้นเสียง ใบหน้าคมเข้มที่กำลังมองมา พร้อมหุ่นแน่นเฟิร์ม กล้ามสวยๆ ที่ดูไม่มากจนเกินไป บนตัวมีเหงื่อเกาะอยู่ตามผิวให้เห็นว่าเพิ่งเล่นกีฬามา ภาพนี้ทำเอาฉันพูดไม่ออก จนต้องเผลอกลืนน้ำลายไม่รู้ตัว

 

"มองแบบนั้นระวังน้ำลายหกนะคุณ" เสียงแซวจากบอสดังขึ้น ทำให้นังอั้มหัวเราะคิกคักพร้อมด้วยหมวดที่กำลังยิ้มนิดๆ

 

"...เพ้อเจ้อ" ฉันพูดกลบเกลื่อนอาการแปลกประหลาดของตัวเอง และรีบลุกขึ้นคว้ามืออั้มเดินออกมา

 

"จะไปไหน" เสียงดุๆ ของหมวดถามขึ้นนิ่งๆ เมื่อเห็นฉันลุกขึ้นเดินหันหลัง

 

"ก็จะกินไหม...น้ำอ่ะ" ฉันหันไปพูดย้อน ก่อนจะรีบหันเดินออกมาให้ไกลจากตรงนั้น อยู่ใกล้แล้วใจไม่ดีแหะ

 

"แหม ว่าแต่หนู ตัวเองมองหมวดตาค้างเลยนะ" เสียงเยาะเย้ยจากคนข้างตัวดังขึ้นแต่ฉันไม่หันไปเถียงหรอกนะ หรือเพราะยังหาข้อแก้ตัวให้ตัวเองไม่ได้รึเปล่าก็ไม่รู้

 

"อั้ม น้ำมันไม่เย็นอ่ะ ฉันเดินไปซื้อที่ร้านดีกว่า" ฉันพูดหลังจากกดน้ำออกมาจากแท็งค์น้ำแล้วมันไม่เย็นเท่าไหร่ อั้มมองฉันด้วยสายตาทึ่งๆ แต่ไม่ถามอะไร ตกใจอะไรของมันก็ไม่รู้ ฉันแค่จะเดินไปซื้อน้ำให้หมวดกินเอง

 

ฉันเดินไปซื้อน้ำโดยที่เลือกหาขวดเย็นๆ ส่วนเงินนะหรอ เขาให้จดชื่อเอาไว้แทนไว้รอหักกันตอนเงินเดือนออก

 

"นี่ๆ จะซื้ออะไรอีกป่าว...." ฉันหันไปจับแขนอั้ม แต่สัมผัสที่ได้มันแปลกๆ พอหันหน้าไปถึงเห็นว่าไม่ใช่ ฉันเผลอไปทักใครเข้าละเนี่ย ก็ไม่ทันมอง เห็นแว็บๆ ชุดกับทรงผมมันก็คล้ายๆ กันหมดเลยนิ

 

".....ขอโทษทีค่ะ....ทักคนผิด" ฉันรีบชิงพูด พร้อมชักมือกลับ สีหน้าผู้ชายคนนี้ดูไม่ค่อยสบอารมณ์เลยแหะ หน้าเขาดุแบบนี้อยู่รึเปล่า หน้าตาก็ออกจะหล่อ ทำไมต้องทำหน้าเหมือนจะมีเรื่องแบบนั้นด้วย เขาพยักหน้าส่งๆ ไม่ได้สนใจอะไร

 

"เสร็จแล้วหรอเจ๊" เสียงนังรุ่นน้องที่ฉันตามหาก็ดังขึ้น "แกหายไปไหนมา"

 

"เดินไปทิ้งขยะ ก็น้ำขวดเดียว เจ๊เล่นงมหาอยู่นั้นแหละ รีบไปกันเหอะ" อั้มรีบพูดพร้อมลากฉันกลับ คงเพราะตรงนี้แดดมันก็ร้อนจริงๆ ส่วนผู้ชายน่ากลัวคนเมื่อกี้ก็ไม่อยู่ตรงนี้แล้ว กะจะถามนังอั้มสักหน่อยเขาว่าใคร

 

สิ่งที่แปลกใจคือ เขาไม่มองฉันเหมือนที่คนอื่นมอง ออกจะมองเหมือนฉันไม่มีตัวตนด้วยซ้ำ เพราะคนที่นี่รู้เรื่องฉันหมดแล้วหรือความสวยฉันมันเริ่มหมดไปกันแล้วนะ

 

เมื่อเดินกลับมาถึงที่ข้างสนาม สิ่งที่ฉันเห็นทำเอาเรื่องที่กำลังคิดในหัวหายไปหมด หมวดกำลังยืนคุยกับผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้ ผู้หญิงคนนั้นกำลังยืนบิดไปบิดมา พร้อมขวดน้ำในมือที่ทำเหมือนเขินอายจะส่งให้

 

'มาหาถึงที่ขนาดนี้ยังจะมาแอ๊บ มาอายอะไรอีกนะ'

 

"เจ๊ว่าอะไรนะ" เสียงอั้มถาม แต่ฉันไม่ได้ตอบอะไรแต่เดินต่อไปข้างหน้า

 

"อ่ะ บอสฉันซื้อมาให้" ฉันพูดพร้อมเดินผ่านหมวดยื่นน้ำให้บอสแทน อาจจะดูดุดันเหมือนโยนไปหน่อย

 

"ให้...ผิดคนป่าว" บอสหันมาถามยิ้มพร้อมหมวดที่มองกลับมานิ่งๆ

 

"แล้วจะกินไหม" ฉันถามนิ่งๆ เช่นกัน แต่ตายังมองไปที่หมวดกับผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนั้นอยู่ ก็สวยดีนะ แต่สวยแบบ...บ้านๆ

 

"น้องหมวยมานี่ดีกว่า พี่พาไปดูอะไร" บอสพูดพร้อมคว้ามือหญิงสาวคนนั้นที่เตรียมโวยวาย แต่เหมือนนึกขึ้นได้จึงต้องเก็บอาการแอ๊บภาพสาวเรียบร้อย บอสหันมาพร้อมโยนขวดน้ำคืนมาให้ฉัน เกือบรับแทบไม่ทัน

 

"ไอ้..." ฉันไม่ทันได้ด่า บอสมันก็เดินลิ่วไปแล้ว

 

"เออ หนูไปนะเจ๊ หาเอ็มดีกว่า อยู่ตรงนี้หนูคงเป็นไส้ติ่งอักเสบที่ต้อง...ตัดทิ้งใช่ไหม" นังอั้มพูดพร้อมทำหน้าน่าหมั้นไส้จนฉันอยากตบปากมัน แต่ก่อนไปมันหันไปกระซิบอะไรกับหมวดไม่รู้

 

"นี่! กระซิบอะไร นินทาฉันหรอ อั้ม.... หื้ย นี่ก็อีกคน อะไรกันฉันยังไม่ทันด่าเดินหนีไปกันหมด คอยดูนะ" ฉันหันกลับมากอดอกบ่นกับตัวเอง ก่อนจะทิ้งตัวนั่งบนเก้าอี้แรงๆ เห็นดังนั้นผู้ชายร่างสูงที่ยืนอยู่ก็นั่งลงมาข้างๆ แต่เพราะอะไรก็ไม่รู้ทำให้ฉันต้องกระเถิบหนี

 

"เป็นไรอีกล่ะ" เสียงผู้ชายข้างๆ ถามขึ้นนิ่งๆ

 

"ใครเป็นอะไร ฉันปรกติดี" ฉันพูดแต่ตาก็ยังไม่หันไปมอง

 

"ไม่เป็นอะไรก็ดี แล้วน้ำล่ะ เดี๋ยวไม่เย็นนะ เดินไปถึงร้านขายของซื้อมาให้ผมไม่ใช่หรอไง" เสียงหมวดพูดทำให้ฉันตัดสินใจหันไปมองก็เห็นเขาเหมือนจะยิ้มอยู่

 

"ก็...ไม่ได้กะจะไปซื้อ พอดีกดน้ำละมันหมด แต่ลืมไป สาวๆ แถวนี้เข้าต่อคิวเสิร์ฟน้ำนายอยู่ล่ะหนิ" ฉันพูดประชดพร้อมเบ้ปากใส่ แต่หมวดนั้นกับทำหน้าเหมือนจะหลุดขำออกมาทำให้ฉันคิ้วขมวดไม่พอใจกว่าเดิม

 

"หมดหรอ คิดว่าเห็นน้ำในแท็งค์มันไม่เย็นซะอีก เลยยอมเดินตากแดดไปซื้อมาให้" หมวดพูดเสียงหวานพร้อมทำสายตารู้ทัน ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใครเป็นคนบอก...นังอั้ม

 

"จริงๆ แค่คุณเอามาให้ผมก็...ชื่นใจแล้วล่ะ" คำพูดชวนเขิน ทำเอาฉันอยากโวยวาย ไม่ทันได้พูดอะไร เขาก็คว้าขวดน้ำไปแกะกิน ยกขวดน้ำขึ้นกระดก แล้วเทออกมาล้างหน้าเบาๆ ก่อนเสยผมขึ้น พอเปียกน้ำแบบนี้แล้วยิ่งทำให้ฉันไม่ค่อยอยากหันไปมองภาพนั้นเท่าไหร่ ไม่รู้ทำไม แต่รู้สึกมัน...ร้อนเกินไปเวลามอง

 

"ขอบคุณนะ" เสียงหมวดพูดทำให้ฉันพยักหน้า ทำเสียงตอบรับในคอเบาๆ 'อืม'

 

เราสองคนนั่งกันไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่ได้พูดอะไร ฉันหันไปมองหน้าหล่อๆ ที่มองออกไปข้างหน้าบ้าง แต่พอเขาหันมา ฉันก็รีบหันกลับ ส่วนฉันพอรู้สึกได้ว่าโดนมอง พอหันไปบ้าง เขาก็แสร้งมองไปทางอื่น เราสองคนเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ ไม่รู้ทำไมฉันต้องหันไป แต่ฉันแค่เห็นใบหน้านั้น...อยากให้มั่นใจว่าเขายังอยู่ตรงนี้

 

ลมเย็นๆ ที่พัดมากับผู้ชายที่นั่งอยู่ข้างๆ มันทำให้รู้สึกสบายใจอย่างน่าประหลาด อยู่ๆ บรรยากาศวุ่นวายก็ดูน่านั่งเล่นขึ้นมาซะอย่างนั้น เสียงดังจากคนรอบข้างไม่ทำให้ฉันรู้สึกรำคาญหูแต่อย่างใด

 

"พรุ่งนี้คุณจะมาเชียร์ไหม ผมลงด้วยนะ" เสียงคนข้างๆ ถามทำให้ฉันหันกลับไปมอง

 

"นายลงได้ด้วยหรอ" ฉันถามด้วยความสงสัยคิดว่าให้ทหารใหม่ลงได้อย่างเดียวซะอีก

 

"คนไม่ครบน่ะ เล่นกันขำๆ กีฬาจัดแบบไม่ได้เป็นพิธีอะไรหรอก" หมวดพูดตอบโดยที่ฉันยังคงนั่งตีขาคอยฟังล่ะก็พยักหน้ารับตาม

 

"แปลว่ามาดูใช่ไหม" หมวดถามย้ำเพราะคงเห็นฉันพยักหน้า

 

"เปล่า ฉันพยักหน้าเรื่องที่นายเล่า ไม่ได้พูดซะหน่อยจะมา ผู้ชายเตะบอลกันไม่เห็นมีอะไรน่าดูตรงไหน อีกอย่างกำลังใจนายออกจะเหลือล้น" ฉันพูดเบ้ปากทำเอาหมวดยิ้มมุมปากนิดๆ

 

"ยิ้มอะไร" ฉันถามพร้อมจ้องหน้าเขา

 

"ยิ้มก็ไม่ได้หรือไง หรือชอบให้ดุ" หมวดเลิ่กคิ้วถามกลับ

 

"ไม่ชอบอะไรทั้งนั้นแหละ" ฉันพูดพร้อมหันกลับไปมองสนามบอล

 

"จริงอ่ะ" เสียงพูดกวนๆ เริ่มดังเข้ามาใกล้จนฉันต้องหันไปดันหน้าเขาออก และเอามือเปื้อนเหงื่อเช็ดกางเกงเขา จริงๆ หน้าหมวดไม่ได้เปียกอะไรมากมายหรอก แค่เช็ดไปงั้นแหละ

 

แต่อยู่สายตาที่เขามองกลับมาทำเอาฉันรู้สึกผิด มันเหมือนกำลังถามฉันว่า 'แค่นี้ รังเกียจหรอ'

 

"คือฉัน...แค่เล่นด้วยเฉยๆนะ" ฉันรีบพูดกลัวเขาเข้าใจผิด หมวดพอได้ยินดังนั้น จึงรีบหันมายิ้ม ฉันจึงรู้ว่าตัวเองหลงกลเขาอีกแล้ว โง่จริง ฉันจึงทำเสียงจิ๊จ๊ะไม่พอใจอยู่คนเดียว

 

"เห้ออออออ" หมวดถอนหายใจเหือกใหญ่แบบไม่ได้จริงจังอะไร "ชอบก็ไม่ใช่ อะไรก็ไม่ใช่ งั้นต่อไปนี้เลิกถามล่ะ ไม่เคยได้คำตอบเลย สรุปมาดูด้วย แค่นั้นแหละ เป็นคำสั่ง" หมวดพูดออกมาขำๆ ไม่ให้เปิดช่องให้ฉันปฏิเสธ

 

"เออๆ คอยดูนะ ถ้ามาเชียร์แล้วแพ้ โกรธแน่ทำฉันเสียเวลา" จริงๆ ถึงเขาไม่ลงก็คงโดนอั้มลากมาดูอยู่แล้วแหละ แค่พูดไปงั้นเอง

 

"ฝีมือระดันนี้ไม่มีแพ้หรอก ยิ่งคุณมาเชียร์แล้วด้วย" หมวดพูดมองหน้าฉันยิ้มๆ ...มาแบบนี้อีกแล้ว...

 

"...เกี่ยวอะไรกับฉันล่ะ" ฉันพูดเพราะฉันกลัวฉันคิดเลยเถิดไปเองคนเดียว คำพูดที่เหมือนการหยอดคำหวานของเขาเริ่มมาบ่อยจนฉันเริ่มทำตัวไม่ถูก ในสถานะของตัวเอง

 

"อยากให้ผมพูดจริงๆ หรอ..." หมวดพูดพร้อมจ้องตาฉัน เหมือนกำแพงในใจมันกำลังจะพังลงมา ทุกครั้งที่ฉันมองเขาคนนี้ เหมือนหัวใจมันทำงานผิดปรกติ ฉันรีบส่ายหน้าดุ๊กดิ๊ก แม้จะอยากฟังคำๆ นั้น แต่ฉันจะแน่ใจได้ยังไงว่าฉันไม่ได้คิดไปเองคนเดียว จะแน่ใจได้ยังไงว่าฉันคิดไม่ผิด หรือจะบอกไม่กล้าพอที่จะรับฟังก็ได้...จะทำยังไงหากคำนั้นไม่ใช่คำที่ฉันอยากได้ยิน

 

"แล้วจะถามผมทำไม คุณนี่นะ" หมวดพูดยิ้มๆ เดี๋ยวนี้หมวดเริ่มยิ้มบ่อยขึ้น ถึงแม้ปากไม่ยิ้มกว้างออกมา แต่ก็รู้สึกได้ว่าดวงตาของเขาส่งยิ้มมาให้เสมอ นั้นคงเป็นเหตุผลที่ฉันไม่ค่อยกล้าจ้องตาเขาตรงๆ สักที

 

...เอาเป็นว่า ขอแค่ให้มันค่อยๆเป็น ค่อยๆไปแบบนี้ได้ไหม แค่นี้ฉันก็มีความสุขแล้ว หวังว่าเขาคงคิดเหมือนกัน...

 

เราสองคนนั่งมองไปดูคนอื่นๆ ที่กำลังสนุกสนานกับการเล่นกีฬาในสนามตรงหน้า ก่อนที่หูฉันจะถูกสายอะไรบางอย่างพร้อมเสียงเพลงคุ้นหูที่ดังขึ้นมา มันทำให้ฉันต้องหันไปมองผู้ชายคนนี้ด้วยรอยยิ้ม และเขาก็ยิ้มตอบกลับมาเช่นเดียวกัน เขาคือคนที่ฉันเพิ่งเจอได้ไม่นาน แต่กลับรู้และเข้าใจฉันทุกอย่าง เพลงนี้ก็เช่นกันเนื้อเพลงมันเหมือนแทนความคิดที่อยู่ในใจฉัน ณ เวลานี้

 

'ช่วงเวลาดีดีที่เธอและฉันไม่ต้องกังวลอะไร

เป็นช่วงเวลาดีดีที่เราทั้งสองจะมีแต่ความเข้าใจ

วันนี้เป็นวันดีดี วันนี้เราควรจะทำอะไร

 

วันที่อะไรอะไรก็ดูจะเหมือนจะคอยเป็นใจให้กัน

วันนี้จะทำอะไร ก็ดูจะเหมือนไม่ต้องระแวดระวัง

วันนี้คือวันดีดีมีฉันและเธอคนดีเท่านั้น'

 

มือเขาเลื่อนมากุมมือฉันไว้ พร้อมกับร้องคลอท่อนฮุคของเพลงออกมาเบาๆ ทำหน้าอินจนฉันต้องหันไปหัวเราะ เพราะฉันไม่เคยเห็นมุมนี้ของเขา

 

'มีบรรยากาศฝนตกรถติดช่วยฉัน

ยังมีมือเปล่าว่างอยู่ให้จับเท่านั้น

ลองดูที่แก้มฉัน เธอนั้นว่ามีอะไร

เอามือไปแตะหน้าผากว่าตัวร้อนไหม

เอาเธอมากอดข้างกาย ไม่แบ่งใครๆ

มีเราเพียงเท่านั้น มีเธอและมีฉัน

อยู่ในวันสำคัญ ของเรา'

 

ครั้งแรกตอนที่ฉันได้ยินชื่อเพลงนี้ 'ระยะปลอดภัย' มันชวนให้คิดลึก แต่ตอนนี้มันกลับรู้สึกอบอุ่นหัวใจดี มันทำให้ฉันเข้าใจว่า แม้ฉันจะท้องไม่ได้ ไม่ต้องคอยนับหน้า 7 หลัง 7 ฉันก็มีระยะปลอดภัยเหมือนผู้หญิงจริงๆ เขาได้เหมือนกัน กับการรู้สึกปลอดภัยที่มีผู้ชายสักคนอยู่เคียงข้าง

 

'คิดจะเอาอะไรก็ดูจะเหมือนจะง่ายจะดายอย่างใจ

อยากได้อารมณ์อะไรจะเย็นจะร้อนจะช้าจะเร็วอย่างไร

เธอนั้นพูดมาดีดี ฉันพร้อมให้เธอคนดีทุกอย่าง

 

อยากให้มันเป็นยังไง

จะยืนจะล้มจะนั่งจะนอนอย่างไร

ปวดเนื้อเมื่อยตัวยังไง

ไม่นานไม่ช้าก็คงจะคลายกันไป

มีพร้อมแค่เรื่องดีดี…… เธอพร้อมที่จะยินดีอีกไหม….'

 

หมวดยังคงร้องคลอ และประโยคสุดท้ายที่เขาหันมาจ้องหน้าฉันเหมือนต้องการคำตอบมากกว่าเพียงร้องออกมา ทำให้ฉันพยักหน้ายิ้มๆ แทนความยินดี เพราะไม่ว่าฉันจะเดือดร้อนอะไรเขาคนนี้ก็พร้อมจะเป็นที่พึ่งทุกอย่าง

 

'ก็แค่ไม่อยากให้วันนี้ผ่านพ้นไป

จะทำยังไง อยากหยุดเวลาไว้

ในวันที่มันปลอดภัย

มีเธอที่เคียงข้างกาย สองเรา'

 

ท่อนร้องเขินๆ ที่เหมือนแทนความรู้สึกของเราสองคนตอนนี้ กับช่วงเวลาดีๆ ที่ไม่อยากคิดอะไรให้ปวดหัว ฉันขอแค่มีเขาคนนี้ และฉันคงไม่คิดไปเองใช่ไหมว่าเขาเองก็คิดเช่นเดียวกัน ยิ่งสายตาหวานแต่ดูหนักแน่นที่เขาส่งมา ทำเอามืออีกข้างอยู่ไม่สุขจนต้องเอามาจับผมด้านหน้าไปทัดผมที่หู แต่พอก้มหน้าหลบสายตา ผมมันก็ร่วงลงมาอีก หมวดยิ้มขำๆ กับอาการของฉันจนเขาต้องเป็นฝ่ายช่วยทัดผมที่หู พร้อมเอามือประคองบนแก้มฉันเบาๆ ปากยังคงขยับไปตามเพลงจนถึงเมโลดี้สุดท้าย

 

'มีเราเพียงเท่านั้น มีเธอและมีฉัน

อยู่ในวันสำคัญ...ของเรา'

 

………………………………………………….

นั่งฟังไปด้วยกันนะคะ ระยะปลอดภัยจากพี่ว่านค่ะ

 

 



#62 DhoomGirl

DhoomGirl

    สมาชิกหน้าใหม่

  • Members
  • Pip
  • 37 posts
  • Gender:Female
  • Location:Bangkok

Posted 02 April 2014 - 12:55 AM

ตอนที่ 58 First Time

 

 

"เจ๊ ไปเร็ว หนูจะไปดูบอล" เสียงนังอั้มคอยเร่งฉันไม่หยุด เมื่อได้ยินเสียงฟุตบอลเตรียมแข่ง

 

"เออ รู้แล้ว อยู่ๆ มาชอบดูบอลตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย เมื่อก่อนฉันเห็นแต่แกสนใจแต่จะโดดหนังยาง" ฉันเปิดประตูพูดบ่นก่อนจะเดินไปล้างมือ และนังอั้มก็รีบลากฉันมาที่ข้างสนามทันที

 

"เจ๊ ดูนั้นสิ" อั้มพูดพร้อมพเยิดหน้าไปให้ฉันมองหมวดที่ยืนเตรียมแข่ง โดยกำลังคุยกับผู้หญิงคนนึงอยู่

 

"คุณแอน" ฉันพูดชื่อผู้หญิงคนนั้นขึ้นมา เธอจะมาอีกทำไมนะ ในเมื่องานเลี้ยงมันก็จบไปแล้วหนิ

 

"อ้าว ยังยืนเฉยอยู่อีก" อั้มพูดพร้อมเอาตัวมาดันฉัน

 

"เอ๊ะ ล่ะแกจะให้ฉันทำอะไร เขาจะคุยกัน ก็ปล่อยเขาคุยไปสิ" ทั้งๆ ที่พูดแบบนั้นแต่ก็แอบจะอารมณ์เสียไม่ได้ ผ้าเช็ดหน้าสีสวยหวานของคุณแอนกำลังค่อยๆ ซับอยู่บนหน้าหมวดแล้วตอนนี้... เสียงบอสกระแอ้มขึ้นเหมือนบอกให้เธอเพิ่งรู้สึกตัวว่าโลกนี้ไม่ได้มีกันแค่สองคน ก่อนฝ่ายหญิงจะทำท่าเหมือนเขินอาย

 

"อ้าว คุณภัทร สวัสดีค่ะ" คุณแอนโบกมือทักทาย เมื่อเห็นฉัน ก่อนจะรีบเดินเข้ามา แต่พอจะถึงตัวฉัน อยู่ดีๆ เธอก็ทำท่าเหมือนเดินสะดุดอะไรบ้างอย่าง ทั้งๆ ที่พื้นตรงนั้นเรียบดี ไม่มีอะไรบนพื้นทั้งนั้น

 

"ว้าย" เสียงคุณแอน และอั้มดังขึ้นพร้อมกัน เมื่อแก้วน้ำอัดลมพลาสติคในมือของคุณแอน หกรดลงบนตัวฉัน...เต็มๆ

 

"แอนขอโทษนะคะ คุณภัทร" คุณแอนรีบเข้ามาหยินทิชชู่มาเช็ดตัวให้ฉัน โดยที่ยิ่งเช็ดยิ่งเปื้อน ในขณะที่ฉันยังยืนนิ่งอยู่ ฉันรู้เธอแกล้ง แต่ฉันจะต้องไม่โวยวายให้เข้าทางเธอหรอก ฉันมองไปทางหมวดที่เหมือนกำลังดูว่าฉันจะรับมือกันเหตุการณ์นี้ยังไง ฉันพยายามหายใจเข้าลึกๆ และยิ้มพูดกับคุณแอน

 

"ไม่เป็นไรค่ะ หยุดเช็ดเถอะค่ะ เดี๋ยวภัทรไปล้างเองดีกว่านะ" ฉันพูดพร้อมจับมือเธอเอาไว้ และเดินออกมาจากตรงนั้น ถ้าเธอคิดว่าแค่นี้จะกำจัดฉันออกไปจากตรงนี้ได้เธอคิดผิดแล้วล่ะ ลงไปกลิ้งกับโคลน ตกน้ำเหม็นเน่าฉันก็ผ่านมาแล้ว กับอีแค่น้ำเหนียวๆ แค่นี้ กระจอกมาก แต่ก็ได้ ถ้าอยากจะเล่น เธอจะได้รู้ว่าฉันไม่ใช่คุณเจน หรือผู้หญิงคนอื่นที่จะมาเล่นมุกกระจอกแล้วทำตัวเหนือกว่าได้ ให้มันรู้ซะบ้างว่าที่นี่มันถิ่นใคร นังคุณหนู

 

ฉันไม่ได้เดินไปห้องน้ำ แต่กลับเข้ามาในห้อง หยิบเสื้อตัวนึงขึ้นมา ก่อนจะเดินไปเปลี่ยนในห้องน้ำ และยิ้มให้กับตัวเองในกระจกเมื่อเปลี่ยนเสร็จ ฉันจับเสื้อให้เข้าที่เข้าทาง เพราะมันดูจะใหญ่เกินตัวฉันไปหน่อย และเดินกลับมาข้างสนาม โดยที่อั้มกับคุณแอนทำหน้างงๆ มีเพียงหมวดและบอสที่หน้ากำลังมีรอยยิ้มอยู่เมื่อเห็นฉัน

 

"แอนขอโทษอีกครั้งนะคะ ที่ทำเสื้อคุณภัทรเลอะ แต่ทำไม...เสื้อคุณภัทรมันดูใหญ่จังล่ะค่ะ" คุณแอนถามคำถามที่ฉันกำลังรออยู่แล้ว ฉันพูดตอบเธอในขณะที่ฉันยืนยิ้มข้ามหัวเธอไปหาผู้ชายเจ้าของเสื้อ

 

"พอดีเสื้อภัทรยังไม่ได้ซักน่ะค่ะ ก็เลยเอาเสื้อรุ่นที่หมวดตั้มให้ภัทรมาใส่ก่อน ดูสิตัวใหญ่จัง แต่ใส่แล้วก็รู้สึกสบายดีนะคะ... ทั้งสบายตัว สบายใจ" ฉันพูดยิ้มหวานให้คุณแอน โดยที่คุณแอนหันกลับไปมองหน้าหมวดเหมือนไม่เชื่อ แสดงว่าเธอต้องไม่เคยได้รับแน่นอน

 

"เสื้อพิเศษสำหรับคนพิเศษเท่านั้นใช่ไหมคะหมวด" ฉันเลิ่กคิ้วให้หมวด ที่ทำท่างงๆ กับการพูดมีหางเสียง

 

"อ้าว แล้วมัวยืนทำอะไร ไม่รีบไปวอร์มเตรียมลงแข่งล่ะ อย่าทำให้ภัทรผิดหวังนะคะ ภัทรเตรียมรางวัลไว้ให้แล้วด้วย" ฉันพูดพร้อมก้าวแทรกคุณแอนไปจับเสื้อหมวด ปัดๆ ขยับให้เข้าที่เข้าทาง ทั้งที่มันไม่มีอะไรยับหรอก

 

'นายรีบเอายัยตุ๊กตาบาร์บี้นี่ออกไปก่อนฉันจะหมดความอดทน' ฉันพูดเบาๆ ลอดไรฟันออกมาทั้งๆ ที่ยังยิ้มอยู่ ฉันได้ยืนบอสมันหัวเราะ แสดงว่ามันคงได้ยินที่ฉันพูด

 

"อ่อ แอนกลับไปก่อนเถอะ วันนี้ผมไปทานข้าวกับคุณไม่ได้จริงๆ ฝากขอโทษคุณน้าด้วยนะ ผมต้องไปแข่งล่ะ ไปนะ" หมวดพูดลาคุณแอน และวิ่งออกไป แต่ก่อนเขาจะไปเขายังคงชมฉันเหมือนในงานเลี้ยง

 

'ผมบอกแล้วคุณน่ะร้ายสุดเลย' และแน่นอนฉันยิ้มรับคำชมอีกครั้ง ก่อนหันไปหาคุณแอน และก็เดินออกมาโดยที่ไม่ได้กล่าวลาเธอ เพียงแค่ยิ้มและโบกมือลาอย่างผู้ชนะอีกครั้ง ทิ้งเธอยืนใบ้กินอยู่อย่างนั้นไปคนเดียวนั้นแหละ

 

"เจ๊ ทำอะไรอ่ะ" เสียงอั้มถามงงๆ เพราะมันคงไม่รู้ความหมายของเสื้อที่หมวดให้

 

"เออๆ ไม่ต้องรู้หรอก อยากดูมากไม่ใช่หรอไง บอลอ่ะ เริ่มแล้ว หันไปดูไป" ฉันเปลี่ยนเรื่องโดยที่อั้มทำหน้าเหมือนโดนขัดใจ แต่พอหันไปเห็นเอ็มกับบอสลงมา มันก็หันไปกรี๊ดผู้ชายในสนามแทน สองคนนั้นก็หันมายิ้มหวานให้มันด้วยสิ ฉันจะบอกว่าผู้ชายพวกนั้นคงไม่คิดอะไร แต่อีนี่ท่าทางคิดไปไกลล่ะ ฉันได้แต่ส่ายหน้า หันไปมองหาผู้ชายอีกคนในสนามที่สั่งให้ฉันมาเชียร์

 

หมวดหันมาส่งยิ้มให้ฉัน ฉันเองก็ยิ้มตอบ เขายืนเป็นกองหน้า อาจจะดูไม่ขาววิ๊งเท่าเอ็ม หรือน่ารักอย่างบอส แต่ลุคหล่อเข้มนักกีฬาแบบนี้ เขาชนะขาดแน่นอน ตอนนี้หมวดยืนอยู่กับฝ่ายตรงข้ามนำโดยคุณอิฐ ฉันไม่แปลกใจเลย ทำไมสาวๆ ถึงรายล้อมรอบสนามไปหมด นี่มันวันรวมเดือนค่ายรึเปล่านะ 4 หนุ่มหล่อรวมตัวกันอยู่ในสนามบอลแบบนั้น อ่อ ยังมีอีกคนที่ฉันไม่รู้จักในสนามฝ่ายของคุณอิฐ คนนั้นก็ดูน่าตาดีทีเดียว...ผู้ชายที่ร้านขายน้ำเมื่อวานนี่หน่า

 

"เจ๊ ดูสิ กองหน้าของทีมหมวดอิฐก็หล่อเนอะ คนนั้นชื่อเฟิร์ส" และฉันมี CNN หน่วยข่าวประจำตัวขนาดนี้ทำให้ฉันรู้จักชื่อหนุ่มคนนั้นโดยไม่ต้องถาม เขาดูหล่อดีนะ แต่ดูหล่ออันตรายตรงข้ามกับเอ็ม ผู้รักษาประตูสุดหล่อฝ่ายฉันโดยสิ้นเชิง

 

ปี๊ดดดดดดดด

 

เสียงนกหวีดเป่าเริ่มการแข่งขัน ทำเอาเสียงรอบข้างพากันส่งเสียงเชียร์ไม่หยุด แม้ในตอนแรกจะรำคาญแต่พอผ่านไปฉันยิ่งลุ้นไปกับเกมส์ตรงหน้าอย่างไม่รู้ตัว ทุกครั้งที่หมวดวิ่งไปเตะเพื่อจะทำประตู ฉันเผลอกำมือมาไว้ตรงหน้าอกอย่างไม่รู้ตัว ไหนเขาบอกสบายมากไง ทำไมมันบีบคั้นแบบนี้ล่ะ และในที่สุดความพยายามของหมวดก็เป็นผล จากลูกเตะมุมของบอสส่งมาที่หมวดก่อนจะนำลูกบอลพุ่งตุงตาข่ายอย่างสวยงาม

 

เย้

 

เสียงกองเชียร์ฝ่ายฉันดังขึ้น ในขณะที่ฉันก็ลุกขึ้นกระโดดอย่างไม่รู้ตัว ฉันเห็นหมวดหันมายิ้มให้ฉันพร้อมกำมือขึ้นมาอย่างสะใจ และฉันก็ชูนิ้วโป้งกดไลค์ให้หมวดแทนคำชม ก่อนที่คนอื่นๆ จะวิ่งไปดีใจกอดคออะไรกันชุลมุนทำหยั่งกับชนะกันแล้ว

 

"แหม ดูอินนะคะ ยิ้มซะกว้างเชียว" เสียงอั้มแซวทำให้ฉันได้สติ และนั่งกลับลงมาที่เดิม เชียร์บอลมันสนุกแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่นะ

 

ปี๊ดดดดดดด

 

เสียงหมดเวลาครึ่งแรกผ่านไปในขณะที่สกอร์ยังอยู่ที่ 1-0 หมวดเดินกลับมาข้างสนาม พร้อมกับเดินมาข้างๆ ฉันพร้อมกับบอส

 

"ไหนบอกสบายมากไง ไม่เห็นเก่งอย่างที่พูดเลย" ฉันพูดโวยวายนิดๆ หลังจากที่ทำเอาฉันลุ้นหัวใจจะวาย

 

"ก็นำอยู่นี่ไง ไม่มีจะให้กำลังจะกันเลยนะ มาถึงก็บ่นเลย" หมวดพูดพร้อมยกน้ำขึ้นดื่ม

 

"ก็มาแล้วที่มานั่งเชียร์อยู่นี่ไง คอยดูถ้าแพ้นะ" ฉันพูดคาดโทษไว้ ข้อหาทำฉันดูบอลด้วยความตื้นเต้นเกินกว่าที่ควรจะเป็น

 

"เออ หมวดไม่ได้เรื่องเลย ดูสิ ซ้อเขาอุตส่าใส่เสื้อหมวดมาเชียร์ข้างสนามขนาดนี้ยังไม่พอใจอีกหรอไง เดี๋ยวซ้อเขาก็แสดงอิทธิฤทธิ์ให้ดูเหมือนตอนแฟนเก่าหมวดเมื่อกี้อีกรอบหรอก" บอสพูดแซวฉันกับหมวดขำๆ แต่ครั้งนี้หมวดกลับไม่ด่ามันหันไปยิ้มให้ท้ายกันอีก

 

"ไอ้บ้า เอาใหญ่แล้วนะ ใครเป็นซ้อแก" ฉันหันไปแว้ดใส่ไอ้บอส โดยหมวดยังยิ้มอยู่ แต่ไอ้นี่มันโรคจิต ทุกครั้งที่ฉันแว๊ดมันจะหัวเราะออกมาตลอดเลย

 

"ละนี่อีกคนเป็นไร ยิ้มอยู่นั้นแหละ" ฉันหันไปเอาเรื่องหมวดแทน เพราะบอสมันยังไม่หยุดหัวเราะ

 

"อ้าว ทำไมไม่พูดเพราะๆ แบบเมื่อกี้ล่ะครับ" เสียงหมวดพูดทำเอาบอสหัวเราะดังกว่าเดิม ทำฉันได้แต่ยืนหึดหัดอยู่คนเดียวที่เถียงสู้ไม่ได้ เล่นเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยเชียวนะ

 

"พอล่ะ หยุดหัวเราะได้แล้ว ไอ้บอส เดี๋ยวซ้อแกเขางอนอีก" ทั้งๆ ที่ตัวเขาหันไปสั่งบอสแต่ไม่วายแอบกวนฉัน

 

"นี่ ฉันบอกแล้วนะ อย่ามาเรียกฉันว่าซ้อ" ฉันพูดพร้อมง้างมือจะตี แต่ลิงสองตัวนี้ก็กอดคอวิ่งไปแล้ว

 

"ถ้าหนูเป็นซ้อ เอ้ย เป็นเจ๊ ชีวิตหนูคงมีความสุขมากเลยนะ" เสียงยัยอั้มพูดพร้อมทำหน้าเคลิบเคลิ้ม

 

"โว้ย นี่ก็อีกตัว" อีนี่อาการหนักดูอาการหนักสุด ด่าไปคงไม่มีอะไรเข้าหัวมัน ปล่อยมันอยู่ในโลกจินตนาการมันไว้อย่างนั้นแหละ ฉันนั่งลงด้วยความโมโหที่โดนทุกคนแซวแต่ทำอะไรไม่ได้ ฉันเอามือขึ้นมาจับหน้าตัวเองก็รู้สึกมันร้อนวูบวาบแปลกๆ ฉันต้องโมโหมากแน่เลย หูก็ร้อนด้วยแหะ

 

"ไงค่ะ คุณภัทร โดนสองคนนั้นแกล้งอะไรอีก หน้ายุ่งเชียว" คุณเจนเดินยิ้มหวานพูดพร้อมเดินมานั่งข้างฉัน

 

"สองคนนั้นชอบทำภัทรโมโหแบบนี้แหละค่ะ" ฉันพูดเสียงสะบัดฟ้องคุณเจน

 

"แน่ใจนะคะว่าโมโห ไม่ใช่เขิน" ใบหน้าคุณเจนยิ้มด้วยสายตาซุกซนเหมือนแกล้งฉันอีกคน

 

"เจนล้อเล่นค่ะ ก็เวลาคุณภัทรเป็นแบบนี้แล้วน่ารักดี" ฉันได้แต่ทำหน้างอนแบบไม่ได้จริงจัง ก่อนจะยิ้มบ้างเมื่อนึกอะไรขึ้นได้

 

"ว่าแต่ภัทร คุณเจนเถอะ มาเชียร์คุณอิฐหรอ หมวดเล่าให้ฟังว่าเดี๋ยวนี้คุณอิฐเทียวรับเทียวส่ง สงสัยงานนี้สิ้นลายแล้วมั้งค่ะเนี่ย" พอฉันพูดจบคุณเจนก็หน้าขึ้นสี ไม่ต้องพูดอาการก็ฟ้องแล้ว

 

"ไหงเป็นมาแซวกันเองล่ะค่ะ" คุณเจนพูดงอนฉันกลับแต่ก็ไม่ได้จริงจังเช่นเดียวกัน ดูเธอออกแนวเขินมากกว่า

 

"คุยอะไรกันสาวๆ" เสียงคุณอิฐเดินเข้ามาทักบ้าง คุณเจนจึงรีบเก็บอาการ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

"ความลับค่ะ" ฉันพูดขยิบตาให้รู้กันสองคนกับคุณเจน ก่อนเราสองคนจะหัวเราะออกมาเบาๆ

 

"หัดมีความลับนะครับ เดี๋ยวผมไปบอกไอ้ตั้มให้มันมาถามเองดีกว่า" คุณอิฐพูดลอยหน้าลอยตา

 

"เชิญไปบอกเลย ภัทรไม่กลัวหรอก" ฉันพูดพร้อมฉันค้อนขวับให้

 

"จะกลัวทำไมเนอะ ใส่เสื้อประกาศตัวขนาดนี้ ตอนแรกผมก็งงว่าแอนไปกินระเบิดที่ไหนมา ตอนนี้รู้ล่ะ" คุณอิฐพูดขำๆ ในขณะที่คุณเจนได้แต่ถอนหายใจ

 

"...ทำไมหรอคะ" ฉันถามด้วยความอยากรู้ แต่ไม่ทันได้ตอบ

 

"มานี่ได้แล้ว ไว้เก็บแรงพูดไว้เตะบอลกับกูดีกว่านะ" หมวดเดินเข้าพูดพร้อมกอดคอคุณอิฐลงสนาม

 

เป็นผู้ชายก็ดีเนอะ อยู่ในสนามแข่งกันเป็นจริงเป็นจัง ออกมานอกเกมส์ก็เป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม ลองเป็นผู้หญิง เวลาแข่งกีฬาอะไรกัน อย่างตอนกีฬาสี แทบจะไม่มองหน้ากัน จับกลุ่มนินทาอีกฝ่ายยับเยิน

 

ฉันหันมาทางคุณเจนแทน ซึ่งได้แต่เพียงทำหน้าเจื่อนๆ แปลว่าฉันตื้อไปก็คงไม่ได้ความ เธอไม่ใช่ผู้หญิงประเภทที่ชอบเม้าท์คนอื่นหรอก ฉันจึงหยุดคิดและหันมาสนใจภาพตรงหน้าแทน เพราะครึ่งหลังเกมส์กำลังเริ่มขึ้นแล้ว แต่เกมส์นี้ดูดุดันและดูรุนแรงขึ้นกว่าเดิมเยอะเลย ฝ่ายตรงข้ามเน้นบุกไม่ยั้งจนในที่สุด คนที่ชื่อบอสนั้นก็ทำประตูได้สำเร็จ เสียงเฮจากอีกฝ่ายดังขึ้นบ้าง ฉันมองไปที่เอ็มที่ทำหน้าเศร้าเหมือนโทษตัวเองที่รักษาประตูไว้ไม่ได้ จนคนอื่นๆ ต้องเดินไปให้กำลังใจ

 

...คะแนนกลายมาเป็นเสมอกัน 1-1

 

ยิ่งเล่นเกมส์ยิ่งบีบคั้นและกดดัน จากเกมส์สนุกๆ เริ่มดุดันขึ้น คนที่อั้มบอกชื่อเฟิร์สดูเล่นฉุนเฉียวจนฉันอดหวั่นใจว่ามันจะเกิดเรื่องไม่ดีในสนามขึ้นจัง

 

ปี๊ดดดดดดดดด

 

"เล่นเหี้ยไรของมึงว่ะ" และก็จริงอย่างที่ฉันคิด เสียงบอสดังขึ้นหลังนกหวีดกรรมการที่เป่าฟาวล์โดยหมวดล้มลงไปที่พื้น ส่วนบอสวิ่งไปผลักอกเฟิร์สออก พร้อมตะโกนใส่หน้า แต่ดูอีกฝ่ายก็ไม่ยอมเช่นเดียวกัน เพราะเข้ามาผลักบอสกลับ ยิ่งพอคุณอิฐตะโกนดุ และดึงหมวดลุกขึ้นมา ฉันว่ายิ่งดูท่าไม่ดีจึงตัดสินใจวิ่งลงไปในสนาม โดยได้ยินเสียงอั้มกับคุณเจนตะโกนเรียกมา แต่ฉันไม่ได้หันกลับไปดู

 

...ครั้งแรกเลยแหะที่เห็นบอสโกรธแบบนี้

 

และครั้งแรกที่เห็นทหารกำลังจะทะเลาะกัน...
 

………………………………………………….

 

1526926_738129266218726_1999266143_n.jpg

 

10155004_738129839552002_1932608881_n.jp



#63 DhoomGirl

DhoomGirl

    สมาชิกหน้าใหม่

  • Members
  • Pip
  • 37 posts
  • Gender:Female
  • Location:Bangkok

Posted 18 April 2014 - 01:33 AM

ตอนที่ 59 Penalty Kick

 

 

"เห้ย มีอะไรกันว่ะ หยุดเดี๋ยวนี้" เสียงคุณอิฐดังขึ้นพร้อมเอื้อมมือดึงหมวดขึ้นมา หมวดดูไม่ได้เป็นอะไรหรอก แต่บอสมันคงโมโหแทน แม้คุณอิฐจะบอกให้หยุด แต่สองคนนี้ยังดูไม่มีทีท่าว่าจะยอมกันเลย เนื่องจากสนามมันไม่ได้ใหญ่อะไร ฉันวิ่งมานิดหน่อยก็ถึงแล้ว

 

"นี่ โตๆ กันแล้ว เล่นแล้วทะเลาะกันเป็นเด็กๆ ไปได้" ฉันพูดแล้วไปแทรกกลางระหว่างบอสกับผู้ชายอีกฝ่ายที่จ้องมาที่ฉันนิ่งๆ มันดูน่ากลัว แต่ฉันก็ไม่หลบสายตา เพราะไม่อยากให้มีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นในค่าย คนอื่นจะมองมายังไง

 

"ถอยไป ไม่ใช่เรื่องของเธอ" ผู้ชายที่ชื่อเฟิร์สไม่พูดเปล่า แต่ดันฉันออก มันไม่ได้แรงมาก แต่มันเกิดขึ้นเร็วแบบนี้ฉันก็เซเอาง่ายๆ เหมือนกัน ฉันกำลังคิดว่าตัวเองต้องล้มลงไปที่พื้นหญ้านี้แน่ๆ หากแต่อ้อมแขนของใครบางคนรับฉันเอาไว้ก่อน แม้จะไม่ได้มอง แต่เพียงสัมผัสก็รู้ได้ทันทีว่าเจ้าของอ้อมแขนนี่เป็นใคร

 

"เฟิร์ส อย่าให้มันมากเกินไป ถ้าจะอยู่ตรงนี้ ก็แข่งกันในเกมส์ ไม่งั้นก็ออกไป" เสียงพูดสั้นๆ ง่ายๆ แต่ทรงพลังดังขึ้นจากปากของเจ้าของอ้อมแขนที่รองรับฉันไว้อยู่

 

"มึงด้วยบอส ไปนั่งสติสงบสติอารมณ์" หมวดหันไปพูดกับบอสบ้างทำเอาอีกฝ่ายทำหน้าไม่พอใจ

 

"แต่มัน..." บอสพยายามจะเถียง แต่พอเห็นสายตาของหมวดก็ได้แต่หันไปสบถกลับตัวเอง แล้วเดินไป ส่วนผู้ชายที่ชื่อเฟิร์สก็ขอโทษหมวด กับคุณอิฐ ก่อนเหตุการณ์จะเข้าสู่สถานการณ์ปรกติ คุณอิฐหันไปขอเวลานอก และกอดคอเฟิร์สออกไป เหมือนจะด่าแต่ก็ไม่จริงจัง ทำไมพวกนี้ดูสนิทกันมากกว่าปรกติ ฉันจะหันไปถามหมวด แต่กับเป็นผู้ถูกถามซะเอง

 

"ลงมาทำไม" คำถามเข้าประเด็น ดูง่ายๆ แต่เล่นเอาตอบกลับไม่ถูกเลยแหะ เออว่ะ แล้วฉันลงมาทำไม ฉันรู้แค่เห็นเขาล้ม ขามันก็ก้าวออกมาเองแล้ว

 

"เอ่อ...คือ...อ่อ แค่แบบกลัวทะเลาะกันอ่ะ มันคงดูไม่ดีเนอะ เป็นทหารมันต้องรักสามัคคีกันไว้ดิ" ฉันตอบไปเรื่อยเปื่อย หมวดมองมาด้วยสายตาแบบ 'เหรอ...' และฉันก็รีบเดินออกมาจากสนาม ให้หมวดให้ไปคุยกับคนอื่นในทีมที่ยังมึนงงกันอยู่แทน ส่วนฉันเห็นบอสนั่งหน้างออยู่ข้างสนาม

 

"ไง โดนดุหรอ" ฉันพูดพยายามขำๆ พร้อมนั่งลงไปข้างๆ บอสยังคงไม่ตอบ แต่ยกน้ำขึ้นดื่มแทน

 

"รู้จักกันด้วยหรอกับคนที่ชื่อเฟิร์สนั้นอ่ะ" ฉันถามสิ่งที่อยากรู้

 

"...อือ..." เสียงตอบในดังขึ้นในลำคอ ก่อนจะค่อยๆ อธิบาย

 

"รุ่นน้องหมวดตั้มกะหมวดอิฐสมัยเรียนอ่ะ แต่เหมือนจะเรียนไม่จบ ผมก็ไม่ได้สนิทอะไรหรอก พวกลูกคนรวย แต่อารมณ์แบบเด็กมีปัญหาอ่ะ พ่อมันเลยส่งมาให้หมวดช่วยดูแล ดีนะ มันอยู่กับหมวดอิฐ" บอสอธิบายคร่าวๆ ว่าแต่...

 

"ทำไมอ่ะ" ฉันถามต่อถึงประโยคหลังที่ฟังดูไม่เคลียร์

 

"เอาหน่า รู้ได้แค่ว่า ไม่งั้นไม่ได้อยู่กันแบบมีความสุขแน่ โดยเฉพาะคุณ" บอสพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนเสียงนกหวีดจะดังขึ้น บอสถอนหายใจเหมือนไล่อารมณ์หงุดหงิดก่อนจะรีบวิ่งลงสนามไป

 

ฉันมองไปทางบุคคลที่ 3 ที่ถูกกล่าวถึง แต่ก็พบว่าเขาจ้องมาทางฉันอยู่ก่อนแล้ว ฉันไม่รู้สายตานั้นหมายถึงอะไร รวมถึงคำพูดของบอสด้วย แต่รู้แค่คราวนี้ไม่มีเหตุผลที่ต้องทนจ้องตาเขาอีกแล้ว ฉันจึงเลือกจะมองไปหาอั้มกะคุณเจนแทน ...บอกแล้วว่าหน้าเขาดูน่ากลัว ใครจะไปทนสายตาแบบนั้นได้

 

"แหม เป็นห่วงขนาดนั้นเลยนะ มาๆ นั่งลงได้แล้ว ลุ้นต่อค่ะ" อั้มพูดพร้อมตบมือลงบนเก้าอี้ข้างตัว

 

เกมส์ในสนามดำเนินมาถึงช่วงสุดท้าย คะแนนเสมอกัน รอลุ้นเหือกสุดท้ายในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ

 

ฉันกับคุณเจนเราสองคนลุ้นเหมือนลงไปเตะด้วยกันเอง จากที่ไม่กล้าเชียร์ออกหน้าออกตาเพราะต่างคนต่างเกรงใจอีกฝ่าย แต่ตอนนี้คงจะลืมใปหมดแล้ว

 

ปี๊ด ปี๊ด ปี๊ดดดดดดดด

 

เสียงนกหวีดหมดเวลา ด้วยคะแนนที่เสมอ 1-1 ทำเอากองเชียร์ถอนหายใจกันทั่วสนาม ยิ่งเสมอแบบนี้ เกมส์ยิ่งบีบหัวใจเมื่อต้องดวลกันที่การเตะจุดโทษ

 

"เอ็ม สู้ๆ น้าาาาา" เสียงนังอั้มตะโกนหาเอ็มที่ยิ้มหวานส่งมาทางพวกเรา ก่อนจะตั้งสมาธิกับการรักษาประตู ซึ่งเอ็มก็ทำได้ดี เรียกได้ว่าไม่มีใครยิงเข้าสักคน แต่โกลด์ของอีกฝ่ายเฟิร์สขออาสาลงไปเป็น ซึ่งเหลือเชื่อมากว่ากองหน้าอย่างเขาจะรักษาประตูได้ยอดเยี่ยมขนาดนี้ เพราะไม่มีใครยิงเข้าแม้แต่คนเดียว แม้แต่บอสกับหมวด ดูบอสหัวเสียหน้าดู แต่เฟิร์สยิ้มระรื่นเชียว แต่ดูไม่ใช่รอยยิ้มที่ดีนัก

 

"เสมอแบบนี้ไม่สนุกเลยอ่ะ ผมว่ามาทำอะไรให้มันตื่นเต้นหน่อยดีกว่า" เสียงของผู้ชายที่ชื่อเฟิร์สดังขึ้นทั่วสนาม ...มันเป็นกรรมการตั้งแต่เมื่อไหร่ ฉันค่อยๆ ส่ายหน้าให้กับความเกรียนของหมอนี่

 

"ให้คนนั้นอ่ะ ลงมาเตะลูกโทษดีกว่า ถ้าเข้าผมยอมแพ้เลย" พอเฟิร์สพูดจบ สายตาทุกคู่ก็มองมาทางฉันกันหมด ก็หมอนี่มันชี้มาที่...ฉัน

 

"จะเล่นไรว่ะ เฟิร์ส" เสียงหมวดถามนิ่งๆ แต่เฟิร์สยังคงมองมาทางฉันอยู่

 

"...หรือไม่กล้า" เสียงพูดเยาะๆ ทำเอาฉันไม่ต้องคิดอะไรแล้ว ฉันรับคำท้า ไม่รู้หรอกเขาจะเล่นอะไร แต่ฉันไม่ชอบให้ใครมาดูถูก

 

"ใครบอกไม่กล้า เอาดิ เตรียมตัวแพ้ได้เลย" ฉันพูดพร้อมก้าวลงสนามไป

 

"เอาล่ะครับ ทีมหมวดตั้มส่งคุณภัทรเข้าประกวด... เอ้ย ไม่ใช่ ส่งมาเตะจุดโทษนะครับ มาลุ้นกันดีกว่า ลูกตัดสินแล้ว" ส่งโฆษกพูดพาษ์กตลกๆ เรียกเสียงฮาจากคนดูรอบสนาม แต่ดูเหมือนจะมีคนหนึ่งที่ไม่ขำด้วย

 

"...จะลงมาทำไม นี่ก็อย่าบ้าจี้ให้มันมาก" เสียงหมวดพูดดุๆ

 

"ฉันทำได้หน่า หลบไป" ฉันดันหมวดออกไปเดินไปคว้าลูกบอลจากคนชื่อเฟิร์สมาแทน

 

"ถ้าคิดว่าสนุกก็ได้...ดูสิว่า คนไหนจะขายหน้ามากกว่ากัน มาท้าคนที่เล่นไม่เป็นมาแข่งกับตัวเองเนี่ย" ฉันพูดพร้อมจ้องหน้าเฟิร์ส

 

"ใครบอกจะให้เธอมาแข่ง เดี๋ยวเราถอยออกไปยืนข้างประตูเลย อ้อนแอ้นแบบนี้จะเตะถึงป่าวก็ไม่รู้" เฟิร์สพูดส่ายหน้าพร้อมผิวปากอารมณ์ดีไปยืนที่ข้างประตู...จริงๆ

 

"สมใจอยากล่ะใช่ไหม เตะเป็นหรอบอลอ่ะ" หมวดพูดด้วยน้ำเสียงตำหนิ ฉันไม่ยอมลงมาฆ่าตัวตายหรอก มันต้องเข้าสิ เตะไปตรงๆ แต่สมัยเรียนฉันเตะแล้วเบี้ยวข้างตลอดเลย ต้องหา...ตัวช่วยสุดท้าย

 

"บอสสสส ฉันรู้แกไม่อยากแพ้ บอกวิธีเตะบอลสั้นๆ ง่ายๆ มาหนึ่งประโยค ฉันจะเตะให้เข้าให้ได้" ฉันหันไปอ้อนบอสมี่ยืนเอามือเท้าเอวแทน บอสมักจะมีไอเดียเด็ดๆ เสมอ แต่ครั้งนี้...ฉันไม่ได้คิดไปเองใช่ไหม ว่าสายตามันดูหมดหวัง

 

"อย่าทำหน้าแบบนั้นนะ" ฉันพูดพร้อมจะโยนลูกบอลใส่มัน มันถึงเริ่มยิ้มออก

 

"เออๆ มานี่..." บอสพูดกระซิบข้างหู คำพูดบอส ฉันแน่ใจว่าเราได้ยินกันสองคน ขืนคนอื่นได้ยิน คงแซวฉันทั่วสนามแน่นอน

 

"...ไง เชื่อดิ คุณทำได้ ไม่มีอะไรที่ภัทรริษาทำไม่ได้หรอก" บอสพูดแล้วดันฉันไปยืนจุดที่มาร์คเอาไว้

 

ปี๊ดดดดดดด

 

เสียงกรรมการเป่านกหวีด ฉันทำฟลาวหรอ อ่อๆ ไม่สิ น่าจะหมายถึงให้เตะได้แล้ว ฉันมองไปที่ประตูข้างหน้า เหมือนมันค่อยๆ ไกลออกไป ไหนจะสายตาจากผู้ชายที่ชื่อเฟิร์สอีก ใจที่เต้นตึกๆ เหมือนจะหลุดออกมาจากอก

 

...ทำไมเกิดเป็นลูกนายพลมันกดดันอย่างนี้...

 

"ผมรอกินข้าวอยู่นะ" เสียงคุ้นเคยดังขึ้น ฉันหันไปมองใบหน้าของเขาคนนั้น ที่เหมือนกำลังส่งแรงใจมาให้ฉัน

 

ฉันหันไปยิ้มกว้างให้หมวด ก่อนจะหลับตาลงนึกถึงคำพูดของบอส และออกแรงที่มีรวมไว้ที่เท้าขวาและเตะไอ้ลูกกลมๆ เจ้าปัญหานี้ออกไป

 

...มันต้องเข้า

 

ฉันเชื่อว่าอย่างนั้น...

 

...มั้ง...

                                                        

………………………………………………….

 

1939420_730228593675460_392077566_n.jpg
 



#64 DhoomGirl

DhoomGirl

    สมาชิกหน้าใหม่

  • Members
  • Pip
  • 37 posts
  • Gender:Female
  • Location:Bangkok

Posted 18 April 2014 - 01:34 AM

ตอนที่ 60 Man of the Match

 

 

ความเงียบเข้าปกคลุม ฉันเตะมันออกไปแล้ว ฉันลืมตาขึ้นมาดูก็เห็นเจ้าลูกกลมๆ มันค่อยๆ หมุนช้าลงเรื่อยๆ

 

.....อย่าหยุดนะ.....อย่าเบี้ยวสิด้วย

 

ตอนนี้ฉันจะลุ้นให้มันไปถึงประตูก่อนหรือให้มันตรงก่อนดี อร้ายยยยย ทำไม 11 เมตรมันไกลจังนะ ทำไมมันไม่ถึงสักที

 

ฉันเอามือปิดตาไว้ และคอยๆ ก้างนิ้วออกดูทีละนิ้ว

 

...มันยังหมุนอยู่

 

.......มันยังไม่ออกนอกเส้นทาง

 

..........แต่มันกำลังจะหยุดแล้ว

 

อีกนิด ... อีกนิดเดียว....และมันหยุดลงแล้ว

 

ปี๊ดดดดดดด

 

เสียงนกหวีดและกองเชียร์จากรอบสนามดังขึ้น ฉันรีบวิ่งไปดูผลงาน เพราะไม่รู้หรอกมันแปลว่าอะไร พอวิ่งไปถึงหน้าประตูก็ก้มลงดูเจ้าลูกกลมๆ ที่ตอนนี้หยุดอยู่มุมเสาห่างจากเท้าเฟิร์สไปนิดเดียว แม้ตอนนี้มันจะเลยเข้าไปในโกลด์นิดนึง แต่รับรองว่าถ้าแค่เฟิร์สขยับเท้านิดหน่อยก็เตะบอลฉันออกไปได้แล้ว แต่ดีที่เขารักษาสัญญา กรี๊ดดดด แปลว่าฉัน ชนะแล้วสินะ เย้ๆๆๆ

 

"เยส ฉันชนะแล้ว แบล่" ฉันกระโดนดีใจ แล้วแลบลิ้นให้เฟิร์สที่เหมือนขำ ไม่ได้ทุกข์ร้อนกับความพ่ายแพ้เลยสักนิด

 

"อ่อ นี่ ฉันขอใช้สิทธิ์ผู้ชนะสั่งนาย ไปหากล้องมาถ่ายลูกบอลลูกนี้ให้ฉันด้วยนะ นี่เป็นคำสัง ไปละน้าาาาา" ฉันพูดรัวๆ ไม่ปล่อยให้คนแพ้ที่เตรียมจะปฏิเสธภารกิจเก็บภาพประทับใจของฉันพูด แต่ตอนนี้มีคนต้องรีบไปอวดชัยชนะก่อน

 

'ผมไม่มีอะไรจะสอนหรอก แต่แค่อยากบอกว่าตอนนี้คุณใส่เสื้อของใครอยู่ก็คิดถึงคนนั้น หลับตาลง แล้วเตะออกไปเลย คิดว่าซะหมวดอยู่กับคุณ ลุยเลย สู้ๆ'

 

เสียงกระซิบของบอส กับใบหน้าของเขาคนนั้น หมวดยืนยิ้มรออยู่พร้อมทุกคนในทีมที่กำลังกระโดดกอดคอดีใจ เสียงโฆษกในสนามก็พูดพร่ำไปตามหน้าที่ ไม่รู้หรอกใครมองอยู่ รู้แต่ต้องวิ่งไปหา อยาก...กอด

 

"เห้ย ทำอะไรเนี่ย" หมวดพูดขำๆ พร้อมตัวเซ ไปข้างหลัง เมื่อฉันกระโจนเข้าใส่

 

"บอกแล้วไง ว่าต้องทำได้แน่นอน" ฉันพูดพร้อมยิ้มกว้างอวดฟันขาว

 

"รู้แล้วๆ แต่ตอนนี้คนมองหมดแล้วนะ" คำพูดของหมวดทำให้ฉันเงยหน้าไปมองรอบๆ เหมือนทุกคนกำลังตะลึงกับการกระทำของฉัน ทำให้ฉันรู้สึกหน้าร้อนนิดๆ จนฉันต้องทำอะไรสักอย่าง เริ่มจากนั้นไง บอสที่ยืนยิ้มอยู่ ฉันวิ่งไปกอดบอสบ้าง แต่หลวมๆ พอเป็นพิธี ดึงแก้มมันก่อนที่จะอ้าปากแซว และกอดเอ็มอีกคน ฉันรู้สึกว่าตอนนี้ฉันกอดเอ็มได้แบบไม่มีอะไรค้างคาใจแล้ว เราเป็นเพื่อนกัน ส่วนคนอื่นฉันก็จับไม้จับมือแสดงความยินดี บอสพยายามวิ่งมาจะจับฉันอุ้มไปโยน ฉันพยายามวิ่งหนี แต่ยังไงก็ไม่รอดอยู่ดี

 

"กรี๊ดดด บอสปล่อย เดี๋ยวตก อย่านะๆ เอ็ม ช่วยด้วยดิ เห้ย ไม่ใช่ให้ช่วยแกล้งนะ" ฉันตะโกนโหวกเหวกโวยวายไปเรื่อย แต่เหมือนไร้ประโยชน์ ลงมาเตะลูกสุดท้ายลูกเดียวรู้สึกเป็น Man of the Match เลยแหะ เขินจัง วู้วววววว

 

"เหนื่อยอ่ะ" ฉันเดินหอบๆ มาล้างหน้าล้างตา

 

"ดีใจจนเหนื่อยล่ะไม่ว่า เตะลูกเดียวเนี่ยนะ วิ่งเล่นเป็นลิงเชียว" หมวดพูดแซวๆ เขาเองก็ล้างหน้าอยู่ข้างๆ มันไม่ได้เป็นห้องน้ำเลยไม่แยกชาย หญิง

 

"ดิฉันเป็นฮีโร่ของทีมนะคะ กรุณาพูดจาให้เกียรติ์กันด้วย" ฉันพูดพร้อมกระแอ่ม เอามือตบอก หมวดเลยผลักหัวฉันด้วยความหมั้นไส้

 

"เออ เก่งตลอด... แล้วเมื่อกี้ไอ้บอสมันพูดอะไร" ลืมๆ ไปบ้างก็ไม่ได้แหะผู้ชายคนนี้ แล้วจะตอบยังไงล่ะเนี่ย

 

"ป่าว แค่บอกว่า...ให้ตั้งสมาธิ...เตะไปสุดแรงเลย...แค่นั้นแหละ" ฉันพูดแล้วก้าวเท้าเร็วๆ นำไปแต่กลับคว้าแขนเอาไว้ ทำให้ฉันต้องหันไปสบตากับเขา

 

"ทะ...ทำอะไรของนาย..." ฉันพูดพร้อมพยายามเบือนหน้าหนี แต่เขากลับเอามือสองข้างมาประคองหน้าฉันไม่ให้หลบสายตา

 

"โกหก...เป็นเด็กไม่ดีนะ" หมวดพูดเสียงหวานอีกแล้ว จะให้ฉันละลายไปตรงนี้เลยไหมนะ

 

"เปล่า นี่ปล่อยนะ" ฉันพยายามดิ้นแต่ยังไงก็สู้แรงเขาไม่ได้

 

"ไม่โกหก แล้วทำไมไม่ยอมสบตบ ไม่สิ เรียกว่าไม่กล้าจะเหมาะกว่ามั้ง" เขาถามลากเสียงยาวๆ สีหน้าแบบนั้นมันเหมือนมีความสุขที่ได้แกล้งมากกว่า เขาเลือกจะใช้คำท้าทาย ว่ากล้าหรือไม่กล้า เพราะเห็นว่าฉันไม่เคยปฏิเสธคำๆ นี้

 

"กล้าสิ เอาดิ จ้องตาเลยเนี่ย..." แม้ปากจะพูดไปแบบนั้น แต่พอจ้องจริงๆ หน้ามันอยู่ๆ ก็เริ่มร้อนแบบไม่มีสาเหตุ หัวใจเต้นแรงเกินไป เขา...หล่อเกินไป ยิ่งมองต่ำลงมาจากดวงตาก็เห็นริมฝีปาก ที่ยิ้มนิดๆ ฉันคิดไปเองรึเปล่าว่า...ปากเขาน่า...จูบจัง

 

"...เดี๋ยวคืนนี้พาไปเลี้ยง คุณไปหาเพื่อนๆ เถอะ ผมไปอาบน้ำนะ" หมวดพูดกระซิบข้างหู แล้วค่อยๆ ปล่อยมือจากใบหน้าฉัน ฉันรีบเอามือจับแก้มตัวเอง สัมผัสอุ่นๆ จากฝามือนั้นยังอยู่เลย

 

"โกงอ่ะ ยังไม่ถึงเวลาอาบน้ำเลย" ฉันโวยวายเรียกความเป็นตัวเองกลับมา

 

"มันคนละชั้นกันนะ ไอ้น้อง" หมวดพูดขำๆ แต่ไม่ได้หันหลังกลับมา ดีเหมือนกันเขบจะได้ไม่เห็นหน้าฉัน มันต้องแดงอยู่แน่ๆ เลย

 

ฉันเดินกลับโดยความรู้สึกต่างๆ ที่ล้นปริ่มจนเหมือนจะทะลักออกมา ความรู้สักแบบนี้มันคืออะไร...มีความสุขใช่ไหม

 

"ว้าย" ฉันมัวแต่เดินจนลืมมองทาง เผลอชนใครเข้านะ

 

"เดินไม่มองทางเลยนะ ก็ว่าอยู่...คงลืมไปมั้งว่าไม่ได้มีกันสองคนในค่าย" เสียงแบบนี้มัน ฉันรีบเงยหน้าไปดู ตอนแรกว่าจะขอโทษ พอเห็นว่าเป็นใครไม่แล้วดีกว่า

 

"....เฟิร์ส"

                                                        

………………………………………………….



#65 DhoomGirl

DhoomGirl

    สมาชิกหน้าใหม่

  • Members
  • Pip
  • 37 posts
  • Gender:Female
  • Location:Bangkok

Posted 14 July 2014 - 06:21 PM

ตอนที่ 61 At the End of the Day

 

(เฟิร์ส's)

 

 

"เฟิร์ส..." เธอเรียกชื่อผมออกมา สีหน้าดูเหมือนจะตกใจ กลัวผมงั้นหรอ ถึงได้ทำหน้าแบบนี้ ไม่สิ คงกลัวคนเห็นฉากพลอดรักกันกลางค่ายมากกว่าล่ะมั้ง

 

"ก็ใช่อ่ะดิ เห็นเป็นใคร" แต่เพียงวูบเดียวที่ผมเห็นสีหน้าแบบนั้น เพราะเพียงผมพูดจบ แววตาอวดดีที่ผมคุ้นชินจะกลับมาฉายบนใบหน้าเชิ่ดๆ นั้นอีกครั้ง

 

"แค่นี้ต้องมาพูดจาลีลา ย้อนถามคิดว่าเท่หรอไง ฉันก็เรียกไปแบบนั้นเองแหละ แล้วนายมีอะไรไม่ทราบ" เสียงพูดฉอดๆ พร้อมกอดอกมองมาทางผม ตั้งแต่ เอิ่ม...หัว...จรดเท้า ว่าแต่ไอ้สรรพนามแบบนี้ไม่มีคนกล้าพูดกับผมนานแค่ไหนแล้วนะ

 

"...รู้จักชื่อเราด้วยหรอ" ผมตัดสินใจข้ามประเด็นที่อีกฝ่ายพูดแดกดัน ถามเรื่องอื่นแทน

 

"ก็ทีนายยังรู้จักฉันเลยนิ" รอยยิ้มมุมปาก พร้อมต่อล้อต่อเถียง ทำเหมือนเก่งซะเต็มประดา ปรกติผมไม่มานั่งต่อปากต่อคำแบบนี้หรอก แต่หน้ายัยนี่มันน่าหมั่นไส้ว่ะ

 

"แค่นี้ต้องมาพูดจาลีลา ย้อนถามแบบนี้คิดว่าเท่หรอ" ผมยกเอาประโยคที่เธอพูดมาสวนกลับบ้าง หน้าเหวอไปเลยแหะ ดูสิทำตาโตใส่ด้วย ไม่คิดว่าจะโดนสวนมุกนี้ล่ะสิ

 

"นี่ คิดเองสิ เลียนแบบนี่หว่า ขี้โกง" แบบนี้แปลว่ายกนี้ผมเป็นฝ่ายชนะ ว่าแต่ประโยคดูท่าทางเหมือนจะหาเรื่อง แต่กลับทำหน้างอ พร้อมเบ้ปากใส่แบบนั้น จะอ้อนให้ง้อหรือยังไง

 

"เอาเหอะๆ แค่จะเอารูปมาให้ จะให้ส่งให้ยังไง จะได้รีบไป ไม่อยากติดค้างอะไรใคร" ผมพูดธุระให้มันจบๆ ไป ต้องมาถ่ายรูปลูกบอลบ้านี้ไว้ในมือถือ จะได้รีบลบๆ ทิ้งไปซะ

 

"อ่อ...เอ่อ...คือ...." อยู่ดีๆ เสียงยัยนางแบบก็ตะกุกตะกักขึ้นมาซะอย่างนั้น หรือจะเป็นเพราะ....

 

"โดนพี่ตั้มยึดมือถือ?" ผมแกล้งถามหยั่งเชิงไป แต่คิดว่าน่าจะถูก

 

"ยึดที่ไหน ใครจะกล้ามายึดของฉัน แล้วฉันก็ไม่ใช่เด็กๆ นะ ที่จะได้มีผู้ปกครองมายึดของน่ะ ก็แค่....แค่...." ฟังจากเสียงพูดแจ๊วๆ อย่างร้อนรนนั้น แปลว่าผมคิดถูก แต่ไม่ไอ้การไม่กล้ายอมรับเนี่ย ทำให้ผมต้องกอดอก เลิ่กคิ้วมองว่าเธอจะแถต่อยังไง

 

"แค่...ฝากไว้เฉยๆ...เดี๋ยวทำหาย" นี่หรือเหตุผลของคนจบปริญญาตรี ยัยนี่มันโตยังเนี่ย 'เดี๋ยวหาย' เหตุผลปัญญาอ่อนสิ้นดี

 

"เออๆ เอาหน่า เลิกจ้องได้ล่ะ เอาเป็นว่าฝากไว้ก่อนล่ะกัน ไปเหอะ ฉันหิวน้ำอ่ะ"

 

ไปเหอะ...ไปไหน? แล้วหิวน้ำ...มันเกี่ยวกับผมยังไง? ผมเอามือชี้ที่ตัวเอง แต่อีกฝ่ายก็ยังพยักหน้าหงึกหงักๆ

 

"งงอยู่ได้ ก็นายเป็นฝ่ายแพ้ ก็ต้องเลี้ยงดิ ไปเร๊ว" ภัทรทำเสียงสูง พร้อมเอื้อมมือมันจับแขนผม ทำให้ผมรีบหันไปมองหน้าเธอ ภัทรชะงัก คงเพราะผมทำหน้าจริงจังไปมั้ง ดูเธอทำท่าตกใจอีกแล้ว

 

ภัทรเตรียมจะดึงมือออก แต่ผมตะครุบมือนั่นไว้แทน และยิ้มนิดๆ "เอ้า จะไปก็ไปสิ"

 

"เตะเข้าแค่นี้ ทำเบ่งใหญ่เลยนะ" ผมอดขำกับอาการขี้อวดชัยชนะปลอมๆ ของยัยคนนี้ไม่ไหวล่ะ อ่อนให้หน่อย ทำเก๋าเหลือเกิน 

 

"นาย...." เธอหันมามองผมพร้อมหน้าเหมือนเห็นอะไรแปลกใจซะเต็มประดา ไม่ได้หันมาเถียงอย่างที่คิดแหะ

 

"ยิ้มได้ด้วยหรอ" ดูถามเข้าทำเอาผมหลุดหัวเราะพรืดออกมา

 

"อ้าว หัวเราะอะไร นี่เพี้ยนป่าวเนี่ย อี๋ย์ เดี๋ยวเชื้อบ้าติด" อีกฝ่ายพูดพร้อมดึงมือตัวเองกลับไป

 

"ให้มันน้อยๆ หน่อย แค่ยิ้มแค่นี้ ทำแปลกใจอะไร" ผมพูดพร้อมเดินล้วงกระเป๋าไปข้างๆ

 

"แปลกใจดิ ก็นายอ่ะ ชอบทำหน้าตาน่ากลัว เล่นก็แรง ไม่รู้จะกระฟัดกระเฟียดทำไม" อีกฝ่ายพูดพร้อมทำหน้าไม่พอใจผมบ้าง จริงๆ ยัยนี่ก็พูดจาไม่ดูตัวเอง ถ้าไม่นับอาการบ้าๆ บอๆ ตอนได้คุยด้วยจริงๆ เธอคนนี้ก็ชอบชักสีหน้า จนคนอื่นกลัวเหมือนกันน่ะแหละ พ่อก็ใหญ่ขนาดนั้น

 

"ผู้ชายเค้าก็เล่นกันแบบนี้แหละ เธอไม่เข้าใจหรอก" ผมพูดตัดบทไป จริงๆ ก็ไม่ได้จะจริงจังอะไรหรอก แค่เห็นหน้า.....ไอ้บอส แล้วมันหงุดหงิด ทำเป็นเก่งซะเต็มประดา

 

"ช่างเหอะ แต่ถามอะไรหน่อยสิ ทำไมต้องให้ชั้นออกไปเตะลูกโทษ นายจะให้ฉันขายหน้าคนอื่นใช่ไหม..." เธอยักคิ้วเหมือนบอกว่าเธอรู้ทันนะ ก่อนจะพูดต่อ "แต่ขอโทษนะ ระดับฉันน่ะ ไม่เสียท่าให้ใครง่ายๆ หรอก"

 

ถามเอง ตอบเอง คิดเอง แล้วมาถามทำไมว่ะ นั้นคือสิ่งที่ผมคิด แต่ก็ไม่ได้พูดออกไป ผมแค่อยากเห็นอาการของคนที่ผมนับถือเหมือนพี่ชายแท้ๆ ว่าเขาคิดยังไงกับเธอคนนี้ และผมก็ได้คำตอบแล้ว ไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรให้มากความ และขืนอธิบายไป ยัยนี่ต้องทำหน้างง แล้วก็ซักไซร้ต่ออีกเป็นแน่แท้

 

พอเดินผ่านแถวที่คนยังเล่นกีฬามาอีกมุมนึง ผมได้ยินเสียงเอะอะโวยวาย ของคุณลุงแก่ๆ คนนึง กำลังตะคอกใส่ทหารสักคน โดยมีผู้หญิง ที่คิดว่าเป็นเมียของลุงแก คอยยืนห้ามอยู่ทั้งน้ำตา

 

"...อั้ม..." เสียงของภัทรพูดชื่อคนๆนึง เบาๆ อ่อ ทหารที่ยืนอยู่ตรงนั้นมันลูกสมุนของยัยนี่นิ

 

"อ้าว จะไปไหน" ผมไม่ทันได้ห้าม เธอก็เดินดุ่มๆ ไปแล้ว ผมจึงได้แต่รีบตามไป

 

"มึงเนี่ยนะ ส่งมาอยู่ที่นี่ ให้มาเป็นทหาร ก็มาสร้างความอับอายให้กูไม่รู้จักจบจักสิ้น มายืนกรี๊ดกร๊าดกับผู้ชายแบบนี้ มึงจะเป็นตัวอะไรของมึงห่ะ" เสียงคุณลุงที่คาดว่าเป็นพ่อตวาดลั่น

 

"อั้ม เกิดอะไรขึ้น" พอภัทรเข้าไปทัก อีกฝ่ายก็หันมาสะอื้นโผ่เข้ากอดเธอ

 

"...ป๊า...ป๊าเค้า...." เสียงร้องไห้จนฟังไม่ได้ความ

 

"ค่อยๆ พูดนะอั้ม ไม่เป็นอะไรแล้ว" ภัทรได้แต่ลูบหลังปลอบ

 

"อั้ม...ถุย ไอ้อ่ำ มึงมานี่เลย กูให้มาฝึกให้เข้มแข็ง ทำไมมาทำตัวแบบนี้" คุณลุงนั้นกระชากตัวอั้มกลับไป พร้อมง้างมือจะตบผู้เป็นลูก ภาพนั้นทำให้ผมนึกภาพ เด็กผู้ชายวัยรุ่นคนหนึ่งเข้ามาในหัว เด็กผู้ชายที่ไม่เคยทำอะไรถูกใจพ่อเลยสักอย่าง...อย่างตัวเขา

 

หมับ

 

มือนั้นไม่ได้ฟาดลงบนหน้าอย่างที่ผมเคยโดน ใครบางคนจับมือนั้นเอาไว้...ไม่ใช่ผม

 

"ดิฉันว่า คุณลุงทำเกินไปแล้วนะคะ" ด้วยสีหน้าจริงจัง อย่างที่ผมไม่เคยเห็น ผมเองก็นึกไม่ถึง

 

"อ่อ มึงเองใช่ไหม ที่คอยยุแยงให้ลูกกูเป็นแบบนี้ ขายขี้หน้าคนอื่นเขาไหมเป็นผู้ชายดีๆ ไม่ชอบ" ผู้ชายคนนั้นกระชากมือตัวเองออกพร้อมหันมาชี้หน้าด่าคนที่เขามาห้ามแทน

 

"เฮีย เฮียใจเย็นๆ พูดกับคุณเขาดีๆ หน่อยสิ" เมียคุณลุงแกรีบห้ามด้วยสีหน้าตื่นตระหนก คงรู้ว่าคนที่คุณลุงโวยด้วยนั้นเป็นใคร

 

"ทำไม ลื้อเป็นอะไรของลื้อ ไปกลัวอะไรอี" คุณลุงหันไปสะบัดเมียตัวเอง
 

 "คุณน้าค่ะ ไม่เป็นไรหรอกคะ" ภัทรหันไปพูดกับผู้หญิงคนนั้น คงเพราะเห็นเธอกำลังกลัว "ส่วนคุณเงียบและฟังฉัน" เสียงภัทรดังขึ้นทำเอาคุณลุงยืนมองอึ้งๆ คงตกใจไม่น้อย พอโมโหก็ดูน่ากลัวเหมือนกันแหะ

 

"ผู้ชายคนนี้เขาเป็นลูกคุณไหม" ภัทรถามเสียงเรียบๆ อีกฝ่ายที่ได้ยินดังนั้นก็เหมือนของขึ้นอีกรอบ

 

"ก็ใช่นะสิ กูทำให้มันเกิดมาไง กูถึงต้องมาอยู่ตรงนี้มาทำหน้าที่พ่อของมันไง"

 

"หน้าที่ของคนเป็นพ่อคืออะไร คือการอยากให้ลูกตัวเองเป็นอย่างที่ตัวเองต้องการ พอไม่ได้ดั่งใจก็ดุด่าว่าทอ ลงไม้ลงมือหรือยังไง คุณรักลูกหรือรักตัวเองกันแน่" คำพูดของภัทรไปเพียงแต่จี้จุดอั้มที่เสียงสะอื้นดังกว่าเดิม แต่ยังทำเอาผมสะอึก เมื่อนึกถึง....พ่อตัวเอง

 

"คุณอายคนอื่น คุณสนใจคนรอบข้าง แล้วไอ้คนที่มันยืนอยู่ตรงนี้ล่ะ ไม่ใช่คนที่คุณควรสนใจความรู้สึกที่สุดหรือไง" ภัทรพูดพร้อมน้ำเสียงที่เริ่มสั่น แต่ก็กลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง

 

"ความรักของคุณคืออะไร การเห็นคนๆ หนึ่งเป็นไปอย่างที่ตัวเองต้องการโดยไม่ถามอีกฝ่ายงั้นหรอ ฉันเคยได้ยินความรักที่พ่อแม่มีให้ลูกมันเป็นความรักที่ปราศจากเงื่อนไขไม่ใช่หรอไง งั้นฉันถามอะไรคุณอย่างนึง สมมุติว่าวันนี้อั้มมันเข้าไปอยู่ในคุก คุณจะไปเยี่ยมมัน หรือคุณจะอายคนอื่นจนปล่อยให้มันตายไปอย่างโดดเดี่ยวในนั้น" ภัทรจ้องตาถามคุณลุงคนนั้น

 

"ถามทำไม ก็ต้องไปสิ ขนาดวันนี้...ฉันยังเป็นห่วง ยังมาเยี่ยมมันเลย ไม่เห็นหรือไง แล้วดูสิ ฉันต้องมาเจออะไร ต้องมาเห็นภาพทุเรศอะไร" คุณลุงตอบโดยไม่ต้องคิด น้ำเสียงที่เริ่มอ่อนลงจากในตอนแรก หยาดน้ำตาที่เอ่อล้น พร้อมจะร่วงลงมาทุกเมื่อ

 

"แสดงว่าสุดท้ายแล้วไม่ว่าจะทำอะไร จะเป็นอะไรเขาก็คือลูกคุณใช่ไหมล่ะ งั้นทำไมคุณลองตัดทุกอย่างออกไป มองข้ามสิ่งที่เขาเป็น สิ่งที่เขาเลือกเกิดไม่ได้ แต่คุณ...คุณเลือกได้ เลือกจะปฎิบัติต่อเขาได้" ภัทรพูดพร้อมจับมืออั้มที่ได้แต่ร้องไห้ และทิ้งคำถามไว้ ก่อนจะเดินจากออกมา

 

"ถ้าคุณอยากได้ลูกคุณคืน คุณลองกลับไปคิดดูให้ดี ของแบบนี้มันเปลี่ยนกันไม่ได้ ทุกอย่างมันอยู่ที่คนเป็นพ่อเป็นแม่อย่างคุณ"
 

………………………………………………….



#66 DhoomGirl

DhoomGirl

    สมาชิกหน้าใหม่

  • Members
  • Pip
  • 37 posts
  • Gender:Female
  • Location:Bangkok

Posted 14 July 2014 - 06:22 PM

 ตอนที่ 62 I've Seen Worse 

 

 

"เจ๊...." เสียงอั้มดังขึ้นพร้อมพยายามขืนตัวฉัน "ปล่อยก่อนเหอะ เดี๋ยวป๊าโกรธ หนูจะไปคุยอธิบายให้ป๊าฟัง"

 

"นี่ จะอธิบายอะไรอีก ยอมรับความจริงซะทีเหอะ จะช้าจะเร็วก็ต้องมีวันนี้ ให้พ่อแกเขาลองทบทวน ให้เวลาเขาหน่อย ฉันเชื่อว่าเขาต้องเขาใจ" ฉันพูดพร้อมตบไหล่อั้มเบาๆ

 

"แล้วถ้า..." อั้มทำท่าจะพูด ฉันรู้ว่ามันจะพูดอะไรจึงขัดขึ้น

 

"เชื่อฉันนะ ทุกอย่างมันจะผ่านไปด้วยดี ให้เวลาพ่อเขาหน่อย" ฉันปล่อยให้อั้มร้องไห้ต่อเงียบๆ พอเห็นอารมณ์เริ่มดีขึ้นจึงพูดทำลายบรรยากาศบ้าๆ นี่

 

"แต่แกก็นะ แรดเอง กระดี๋กระด๋าดีนัก ไงล่ะ สววรค์ของแก เป็นนรกเลย" ฉันพูดและหัวเราะในลำคอ ยังจำคำพูดค่ายทหารสวรรค์บนดินของมันได้

 

"เจ๊อ่ะ อย่ามาทับถมกันตอนนี้สิ" อั้มพูดเสียงอู้อี้ ก่อนจะดึงฉันมากระซิบ "เจ๊แล้วมากับหนุ่มอันตรายหมายเลข 1 นั้นได้ไงอ่ะ" ชื่อที่มันตั้งเข้าท่าแหะ เออใช่ คำพูดของอั้มทำฉันเพิ่งนึกได้ว่ายังมีบุคคลที่สามอยู่ด้วยลืมไปเลย พอฉันหันไปก็เห็นเขายืนมองไปทางอื่น ตอนแรกคิดว่าจะหันมาทำเกรี้ยวดราดโมโหฉันซะอีก แต่เฟิร์สตอนนี้เหมือนกำลังคิดอะไร กับใบหน้าเขาที่ดู...เศร้า

 

"ไง ถ่ายมิวสิควิดีโออยู่เหรอจ๊ะ" ฉันพูดยิ้มๆ เดินไปหาเฟิร์สปล่อยให้อั้มไปล้างหน้าล้างตา

 

"เสร็จละหรอ คิดว่าวันนี้จะปลอบกันไม่เสร็จซะแล้ว" เฟิร์สพูดและถอนหายใจ พร้อมกับทำท่าเบื่อหน่าย เอามือประสานไว้ที่ท้ายทอย ฉันเชื่อว่าสาวๆ คนไหนชอบหนุ่มแบดบอยต้องหลุดกรี๊ดออกมาแน่นอน ปรกติฉันคงว่าหมอนี่น่ากลัว แต่ตอนนี้ฉันว่ามันดูขี้เก็กไงไม่รู้ ก็เล่นหล่อไม่เป็นเวลาล่ำเวลา

 

"เออ ขอโทษทีปล่อยให้รอซะนาน น่าสงสารเนอะ เห็นแบบนี้แล้วรู้สึกโชคดีจังที่พ่อฉันไม่เป็นแบบนี้" ฉันพูดลอยๆ แล้วเดินมาหาที่นั่งรอกับเฟิร์ส

 

"แค่นี้เอง มากกว่านี้ก็เจอมาแล้ว" เฟิร์สพูดเหมือนจะไม่คิดอะไร แต่บรรยากาศรอบตัวดูขมขื่นไปหมด

 

"ยังไงหรอ" ฉันถามถึงประโยคสั้นๆ ที่ฟังดูพลุมเครือ

 

"ก็ที่ไอ้นั้นเจอไง เทียบไม่ได้เลย อย่างลุงคนนั้นต่อให้เขาดุด่ายังไงก็รู้ว่ารัก รู้ว่าห่วง...." ลุงนั้นน่าจะหมายถึงพ่ออั้ม ซึ่งก็จริง ดูเขารักอั้มมาก เฟิร์สเว้นจังหวะและค่อยๆ เล่าต่อ

 

"...เธอเคยเจอไหม พ่อที่เลือกให้ลูกทุกอย่าง ไม่มีถามสักคำว่าชอบอะไร ไม่มีสิทธิพูด ไม่มีสิทธิถาม ทำตามได้อย่างเดียว ต้องเก่งให้ได้ทุกอย่างเพื่อจะไม่น้อยหน้าคนอื่น มีแต่รับคำสั่ง ไม่เคยได้รับรู้ถึงความอบอุ่นเหมือนพ่อลูกคู่อื่น ไม่มีคำว่ารัก ไม่เคยแม้จะมีเวลาว่างให้" แม้เฟิร์สจะไม่ได้แสดงอาการอะไร แต่มันรู้สึกหดหู่อย่างน่าประหลาด

 

"แล้ววันหนึ่งพอเด็กนั้นมันทนไม่ไหว ไม่ทำตามที่สั่ง เพียงเพราะอยากทำสิ่งที่ตัวเองชอบ ตั้งแต่นั้นก็มีแต่คำพูดดุด่า ไล่ไปให้พ้นหูพ้นตา ตัดพ่อตัดลูก เหมือนทำสงครามเย็นใส่กัน" สิ่งที่เฟิร์สเล่าทำเอาฉันจุกที่อก ได้แต่กลืนน้ำลายลงคอ หรือว่าที่บอสเล่า...

 

"เด็กคนนั้น...เป็นใครหรอ" ฉันได้แต่ภาวนา ว่าคำถามที่ถามออกไป ไม่ใช่อย่างที่คิด

 

เงียบ... ไม่มีคำตอบจากปากเฟิร์ส

 

"เธอลืมไปเหอะ เรื่องไร้สาระ ส่วนน้ำติดไว้ก่อนล่ะกัน ไปนะ" เฟิร์สพูดแล้วลุกเดินออกไปโดยไม่รอฟังคำตอบรับจากฉันเลย แต่อารมณ์นี้ใครจะมาห่วงกิน

 

"นี่คุณมากับไอ้หมอนั้นได้ไง" บอสนั้นเอง ไม่น่าเฟิร์สถึงรีบเดินไป

 

"ตอนแรกเขาจะเลี้ยงน้ำฉัน แต่พอแกเดินมา ก็รีบชิ่งเลย สงสัยจะเหม็นขี้หน้าคนบางคน" ฉันพูดแล้วเบือนหน้าไปหาบอส นานๆ จะหลอกด่าไอ้หมอนี่ใด้

 

"หรออออออ" บอสมันทำเสียงเยาะๆ ไม่ถือสาหาความอะไร หลังจากนั้นอั้มก็เดินออกมา แล้วเราก็ไปซื้อน้ำ ซื้อขนม ไปดูคนอื่นๆ แข่งกีฬาแปลกๆ กัน อย่างตรงหน้าฉันตอนนี้แข่งกินวิบาก แต่นับว่าฉลาดมาก ที่ส่งป้องลงไป เรียกได้ว่าใช้งานได้ถูกคน ไม่เหมือนเอาฉันไปเตะบอล จริงสิ ลืมเรื่องสำคัญไปเลย

 

"นี่ๆ บอส ที่เคยบอกฉันว่าเฟิร์สเขามีปัญหากับทางบ้าน มีอะไรหรอ เล่าให้ฟังหน่อยดิ" พอพูดชื่อนั้นขึ้นมา บอสมันก็ขมวดคิ้วเลยแหะ

 

"จะอยากรู้เรื่องมันไปทำไม หรือว่าชอบ เดี๋ยวเหอะ จะฟ้องหมวด"

 

"จะบ้าหรือไง ก็แค่ถามเฉยๆ" ไอ้หมอนี่มันจะตอบเหมือนคนอื่นบ้างก็ไม่ได้แหะ

 

"เออ ไม่มีอะไรหรอกคุณ ไปก่อนนะ เดี๋ยวต้องไปจัดงานให้หมวดอ่ะ" บอสเก็บกล้องและเตรียมโบกมือลา ว่าแต่...

 

"งานอะไรอ่ะ" ฉันถามไปตามมารยาทที่มีน้อยลงไปทุกที

 

"บอกแล้วจะไปช่วยหรือไง เดี๋ยวคืนนี้ก็รู้เองแหละหน่า" พูดไว้แค่นั้นแล้วมันก็เดินไปเลย ฉันเคยได้คำตอบอะไรจากหมอนี่ไหมนะ

 

"ภัทร" ฉันหันไปตามเสียงเรียก อ่อ เอ็มสุดหล่อนั้นเอง

 

"ใจเย็นๆ ก็ได้ มีอะไรป่าว" ก็เอ็มเล่นวิ่งมาซะเหงื่อตกเลย

 

"แหะๆ หมวดให้มาพาไปอาบน้ำอ่ะ" เอ็มพูดพร้อมเอามือปาดเหงื่อที่หน้าออกลวกๆ

 

"อาบน้ำ?" ฉันพูดงงๆ หมวดบ้าไปแล้วหรอ ให้คนอื่นมาพาฉันไปอาบน้ำ ฉันไม่ได้คิดว่าเอ็มไม่น่าไว้ใจหรอก แต่มันก็แปลกๆ อยู่ แต่ก่อนดู...เอ่อ...กันท่าจะตาย

 

"อือ ไปเถอะ หยุดทำคิ้วขมวดได้แล้ว" เอ็มพูดแล้วมาดันหลังฉันเดินแทน เมื่อเห็นฉันยังยืนงงๆ วันนี้พวกนี้มันเป็นอะไรกันนะ

 

………………………………………………….



#67 DhoomGirl

DhoomGirl

    สมาชิกหน้าใหม่

  • Members
  • Pip
  • 37 posts
  • Gender:Female
  • Location:Bangkok

Posted 14 July 2014 - 06:23 PM

ตอนที่ 63 Here Today

 

(ตั้ม's)

 

 

"หมวดจะบอกรักสาวหรอ จัดซะขนาดนี้ ปรกติ นั่งกินเฉยๆ ก็ได้ละนิ" คำถามไอ้บอส เล่นเอาผมแทบจะสำลัก ตอนนี้ผมกำลังจัดงานกินเลี้ยงในค่าย กะจะฉลองจากการแข่งกีฬาวันนี้ และให้ทหารฝึกสังสรรค์กันบ้าง

 

"เห้ย" เสียงไอ้บอสร้อง รีบเอามือจับบันได ผมยกขาทีบบันไดที่มันปีนไปห้อยไฟอยู่

 

"คนเรา ช่วยทำขนาดนี้ยังจะมาทำร้ายร่างกายกันอีก" เสียงมันยังบ่นดระปอดกระแปด มันเริ่มกวนตีนจนน่ารำคาญอย่างที่ภัทรบอกจริงๆ ด้วย

 

"ยุ่งเว้ย ให้ทำอะไรก็ทำไปเหอะ เห็นมันวางเหลือๆ อยู่ แค่นั้นแหละ" คำตอบผม ทำให้บอสหันไปหลิ่วตากลั้นหัวเราะกับไอ้เอ็มที่จัดอาหารอยู่

 

"เออ เอ็ม แล้วนี่ป่านนี้ ซ้อนางไปอาบน้ำไปถึงไหนล่ะ ลงมาแล้วใครเฝ้าว่ะ" บอสถามถึงแม่นางแบบคนสวยที่มักใช้เวลาอาบน้ำนานกว่าชาวบ้านหลายเท่าตัว แม่เจ้าตัวจะคอยบอกว่าพัฒนาแล้ว เดี๋ยวนี้อาบแปปเดียว แต่แปปเดียวนั้นคือร่วมครึ่งชั่วโมงได้ ผมก็เหนื่อยหน่ายจะพูด เรื่องผู้หญิงผมก็ไม่รู้หรอก เจ้าตัวก็อ้างไปเรื่อยซักโน้นซักนี่ เรื่อยเปื่อย

 

"ใกล้เสร็จแล้วพี่ เขาไล่ผมลงมาก่อน อั้มอยู่เป็นเพื่อนแทน" เอ็มตอบยิ้มๆ ให้บอส คงตั้งใจบอกผมด้วย

 

"นี่แหละน้า สองมาตรฐาน ทหารคนอื่นอาบกันไม่กี่นาที ทีซ้อนะ อาบเป็นชั่วโมงก็ไม่มีใครว่า" ไอ้บอสตั้งใจพูดเสียงดัง ใส่สีตีไข่เพิ่มความเว่อร์ เรียกเสียงหัวเราะได้เกรียวกราว

 

"โอ้ย หมวดมาตบผมทำไม" บอสลูบหัวตัวเองป่อยๆ หลังจากโดนผมเผ่นกบาลไปหนึ่งที

 

"พูดมากดีนัก ไว้มึงมีนม ผมยาวแล้วเดี๋ยวจะให้สิทธินั้นนะ พูดก็ดี ไปตามลงมาได้แล้ว" ผมว่ามันก็ชักจะนานไปล่ะ นี่ฟ้าเริ่มมืดแล้วด้วย

 

"คนของใครก็ไปตามเองดิ เผื่อเข้าไปเจอซ้อแกโป๊อยู่ช่วยไม่ได้นะ" บอสพูดแล้วรีบวิ่งหลบฝาเท้าผมที่เตรียมส่งให้มัน...แต่ไปเองก็ได้ว่ะ

 

ผมเดินมาที่ห้องส่วนตัวผม ที่ดูเหมือนจะเป็นห้องส่วนตัวภัทรไปแล้วมากกว่า ปรกติผมนอนแยกกับทหารใหม่ได้ แต่พอเธอไปนอนรวมอย่างนั้น ผมเลยต้องย้ายไปนอนข้างๆ แทน ห้องนี้เลยไม่ค่อยได้ใช้

 

พอมาถึงหน้าห้องก็ต้องอมยิ้มกับภาพตรงหน้า ภัทรยังทำตัวเป็นเด็กนั่งน้อยใจอะไรสักอย่าง โดยที่หัวยังเปียกอยู่เลย

 

"เจ๊ เป็นอะไร ชักช้าจริงเลย เอามานี่มา ช่วยเช็ด" เสียงอั้มพูดแล้วเข้าไปจะดึงผ้าขนหนูมาเช็ดแต่ก็โดนแว๊ดใส่... อารมณ์แปรปรวนจริง ใครไปทำอะไรขัดใจนะ

 

อั้มหันมาเห็นผมแล้วแหละ ผมเลยพยักหน้าเป็นเชิงว่าให้ออกไป นี่ก็อีกคนทำหน้ายิ้มน้อยยิ้มใหญ่ แต่คงไม่กล้าแซวแบบไอ้บอส เลยทำได้แค่นั้น ผมค่อยๆ เดินเข้าไปหยิบผ้าเช็ดหัวของผม แล้วนั่งข้างภัทร โดยที่เธอยังไม่หันมามอง

 

"เอะ นี่ฟังไม่รู้เรื่องหรอไง บอกว่าไม่ตะ..." เธอโวยวายค้างไว้แค่นั้นเมื่อหันมาเห็นผม

 

"มีอะไร" ห้วน...ตามสไตล์ ยามโมโห ผมคลุกคลีกับเธอมาสักพักจนรู้แล้วว่าควรจะทำยังไง

 

"ก็เห็นผมเปียกอยู่ เลยมาช่วยเช็ดไงครับ" ผมลองพูดหวานๆ และก็เป็นผล หน้าเหวี่ยงๆ เมื่อกี้ กลายเป็นหน้าเหวอชวนขำ ก่อนที่แก้มจะเริ่มขึ้นสี จนน่าหยิก

 

"ผีเข้าหรือไง เอามานี่ ฉันเช็ดเองได้" ภัทรพูดพร้อมกับดึงผ้าไปเช็ดเองอย่างตั้งอกตั้งใจ ผมหัวเราะออกมาเบาๆ จนเจ้าตัวมองลอดผ้าออกมาด้วยสายตาตำหนิ

 

"แล้วเป็นอะไรล่ะเรา" ผมถามในขณะที่ภัทรตั้งหน้าตั้งตาเช็ดผม โดยคิ้วยังขมวดอยู่เลย

 

"ปะ...."

 

"อย่ามาเปล่า เมื่อบ่ายสงสัยยังไม่ทำโทษ เป็นเด็กไม่ดีนะเรา ชอบพูดโกหกอยู่เรื่อย สงสัยต้องลงโทษจริงๆ ละมั้ง" ผมรีบชิงพูดขยับหน้าไปใกล้ขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเจ้าตัวยังทำปากแข็ง

 

"นะ...นายจะทำโทษอะไร จะ..สั่งซ่อมฉันหรือไง มะ..หมดเวลาฝึกแล้วบ้างเหอะ" ภัทรเบือนหน้าหนีพูดจาตะกุกตะกัก จนผมเกือบหลุดขำ แถมท่าทางพยายามจะหลบสายตาหรือขยับหน้าหนีผมที่ขยับเข้าไปใกล้นั้นอีก

 

"อยู่นิ่งๆ สิ" ผมกลั้นหัวเราะ พยายามเก็บอาการและเอื้อมมือทั้งสองข้างไปจับไหล่เธอไว้ ดูสิว่าจะหลบยังไงต่อ

 

"เห้ยนี่ ปล่อยนะๆ" ทันทีที่ผมสัมผัสเจ้าตัวก็หันมาทำตาโต พยายามดิ้น หน้าที่เริ่มแดง ไม่ใช่เพราะร้อนแน่นอน เพราะพัดลมจ่ออยู่ขนาดนี้ ยิ่งเห็นแบบนี้ก็ยิ่งน่าแกล้ง ผมก็ไม่เข้าใจ ทำไมเธอยังไม่ชินสักที ทั้งๆ ที่อยู่ร่วมกันมาเป็นเดือนแล้ว แต่เพราะเป็นแบบนี้แหละ ทำให้มันน่าสนุกเวลาได้เห็นแม่คนเก่งเป็นแบบนี้

 

"คอยดูฉันจะ..." ผมจ้องหน้ารอฟังว่าเธอจะทำอะไร แล้วก็ได้คำตอบ...อย่างเดียวที่เธอทำได้

 

"...จะฟ้องพ่อ" ภัทรพูดเสียงฮึมๆ ในลำคอ เมื่อผมยังไม่ยอมปล่อย ว่าแต่...ฟ้องพ่อเนี่ยนะ อายุกี่ขวบกันล่ะเนี่ย เห้ออออ

 

"อีกล่ะ คราวนี้จะฟ้องว่าอะไรดีล่ะ" ผมถามยิ้มๆ ทำเป็นไม่ยี่ระ เพราะเดาว่าต่อจากนี้น่าจะเป็นการเปิดปากถึงสาเหตุของอาการประหลาดที่เกิดขึ้นนี้

 

"ก็จะฟ้องพ่อว่าไอ้คนที่ทำเป็นสัญญาจะคอยดูแลฉันเนี่ย เดี๋ยวนี้ไม่ยอมสนใจ มัวแต่หายไปไหนก็ไม่รู้ แถมวันนี้ยังให้ผู้ชายคนอื่นมาพาไปอาบน้ำ ต่อไปคงให้มานอนข้างๆ แทนด้วยใช่ไหม" ภัทรพูดรวดเดียวจบ อาการเขินอายเมื่อกี้กลายเป็นการงอนอย่างเต็มรูปแบบ ผมยิ้มให้กับความไร้สาระคิดเองเออเองของคนตรงหน้า แต่รอยยิ้มของผมเหมือนจะยิ่งทำเธอไม่พอใจ

 

"ยิ้มอะไร นายทำแบบนี้ได้ไงห่ะ ถ้าฉัน...ฉัน... ฉันโดนปล้ำขึ้นมาจะทำยังไง" พอมาถึงตรงนี้ผมก็หลุดหัวเราะออกมาจริงๆ แล้ว ผมปล่อยมือจากไหล่เธอมากุมท้องแทน

 

"เอ๊ะ ไอ้บ้านี่ ถามไม่ตอบยังมาหัวเราะ" มือที่เป็นอิสระเริ่มกระชากเสื้อผม พร้อมตีลงมาไม่หยุด

 

"โอ้ยๆ คุณ อย่าดิ ฮ่าๆ" ผมคอยหลบผ่ามือที่ประเคนลงมาเป็นพัลวัน แต่ยิ่งเห็นก็ยิ่งขำ แต่อยู่ๆ...

 

"เออ ตลกมาก หัวเราะให้ตายไปเลย" ภัทรพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้นแล้วก็ลุกขึ้นยืน ก่อนที่ผ้าเช็ดหัวจะถูกโยนมาใส่หน้าผม เสียงเดินตึงตังดังมาถึงในห้อง แสดงความไม่พอใจของเจ้าตัวได้เป็นอย่างดี

 

ผมเก็บข้าวเก็บของให้เรียบร้อยและค่อยๆ เดินตามออกไป ตอนนี้พวกบอสจัดอาหารกันเสร็จหมดแล้ว ส่วนภัทรก็ไปนั่งหลบมุมแผ่รังสีอำมหิตจนไม่มีใครกล้าย่างกลายเข้าไปใกล้

 

"บอสเอาเงินค่ากับข้าวไปให้ป้าแดงเขาไป" ผมยืนเงินให้บอสที่กำลังยืนถ่ายรูปในงาน ป้าแดงก็เป็นภรรยาของหทารที่อยู่ในค่ายนี้ เวลามีงานอะไรก็จะสั่งให้เขาช่วยทำอาหารมาส่งให้

 

ผมตักอาหารนิดหน่อยแล้วเดินไปหาภัทรที่โต๊ะ แต่พอเธอเห็นผมก็เตรียมลุกหนี

 

"นั่งกลับลงมาที่เดิมดีๆ ไม่ต้องลุกไปไหนทั้งนั่น" ผมพูดกึ่งจะออกคำสั่ง

 

"ไม่" ภัทรพูดแค่นั้นแล้วก็เตรียมหันหลัง สะบัดหน้าหนี ทำให้ผมต้องคว้าตัวไว้ และกดตัวให้นั่งลงที่เดิม

 

"นี่นาย จะมากเกินไปแล้วนะ" ภัทรพูดพร้อมท่าทางเตรียมจะเหวี่ยง ทำให้ผมได้แต่มองยิ้มๆ

 

"ไม่มากเกินไปหรอก ลืมไปแล้วหรอว่าที่นี่ใครเป็นผู้บังคับบัญชา" ผมกอดอกมองเธออย่างเหนือกว่า จริงๆ ก็อยากคุยดีๆ ด้วยหรอกนะ แต่จะเริ่มทีไร ก็ออกมาอีหรอบนี้ตลอดเลย

 

"เออ ใช่สิ" เธอพูดพร้อมกอดอกหันไปมองทางอื่น ใช่สิอะไร ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้แต่ว่าเด็กคนนี้กำลังเริ่มงอแง และเริ่มเล่นบทดราม่ามากเกินไปแล้ว

 

"กลัวผมไม่นอนด้วยขนาดนั้นเลย" ผมแกล้งถามให้ฟังดูสองแง่สองง่าม เพื่อจะเรียกบรรยากาศดีๆ มาได้บ้าง และก็เข้าเรื่องไปในตัว

 

"บ้าหรอ พูดอะไรของนาย คนอื่นได้ยินฉันเสียหายนะยะ นอนข้างๆ ก็พอเหอะ คนละเตียงด้วย" และก็ได้ผล นางแบบคนสวยรีบหันมาแก้ประโยคให้ผมทันที

 

"ก็นั้นแหละ เหมือนๆ กัน สรุปว่ายังไงล่ะ ไม่เห็นตอบผมเลย" ผมเอาซอกไปกระทุ้งแขนภัทรเบาๆ เมื่อยังไม่ได้คำตอบ

 

"อย่ามาเพ้อเจ้อ อยากจะไปนอนตรงไหนก็ไปเลย แต่ฉันบอกพ่อแน่ คอยดู" แม้ปากจะบอกให้ไปได้ แต่ไอ้การเอาคุณลุงมาขู่แบบนี้ก็เหมือนแปลว่าไม่ให้ไปอยู่ดี

 

"เอาเหอะ ก็แค่จะบอกว่าไม่ต้องกลัวว่าผมจะไปไหน ผมอยู่ข้างๆ คุณแบบนี้แหละ ถ้าวันนี้เรื่องอาบน้ำผมทำให้ไม่พอใจก็ขอโทษนะ เดี๋ยววันหลังเข้าไปอาบด้วยเลยดีป่ะ" ผมแกล้งถามขำๆ พร้อมทำสายตากรุ่มกริ่ม

 

"เห้ย จะบ้าหรอ" แม่ตัวดีข้างๆ ผมรีบร้องเสียงหลง ผงะหนีจนแทบหงายเงิบตกเก้าอี้ เป็นภาพที่เรียกรอยยิ้มให้ผมเป็นอย่างดี

 

"โอ๋ๆ ล้อเล่นๆ" ผมค่อยๆ เอื้อมมือไปโน้มตัวเธอกลับมา แต่ก็รู้สึกได้ว่าตัวเองยังหยุดยิ้มไม่ได้ ยิ่งเห็นหน้าแดงๆ หูแดงๆ แบบนั้น

 

"หายโกรธยัง" ผมถามขึ้นเบาๆ เมื่อเห็นบรรยากาศรอบตัวเริ่มดีขึ้น ภัทรกลับมายิ้มสดใส มองโน้นมองนี่อีกครั้ง ผมก็ได้แต่มองเธอจนเพลิน

 

"ใครโกรธ ฉันไม่ได้โกรธ" เสียงอ้อมแอ้มตอบกลับมาเบาๆ

 

"หรออออออ" ผมลากเสียงยาวๆ ประชด ใครเชื่อก็บ้าแล้วล่ะ

 

"ไม่โกรธก็ไม่โกรธ งั้นกินข้าวกัน ลูกชิ้นอร่อยนะ" ผมหยิบไม้ลูกชิ้นในจานส่งไปให้ เจ้าก็ยอมรับไปกินแต่โดยดี

 

"ดูคุณกินน่าอร่อยจัง อยากกินบ้างอ่ะ" ผมแกล้งพูดขึ้นเมื่อเห็นลูกสุดท้ายกำลังจะเข้าปาก

 

"ไม่ต้องมาทำหน้าแบบนั้นเลย ไปตักเพิ่มเองดิ" ภัทรพูดแต่ตาก็เหลือบมองหน้าผมที่กำลังตีหน้าเศร้า

 

"อยากกินลูกนั้น" ภัทรดูชั่งใจนิดนึงก่อนจะยื่นไม้ลูกชิ้นมา แต่ผมไม่รับ อ้าปากรอแทน

 

"เยอะไปล่ะ จะกินไม่กิน" คนพูดทำเสียงดุ แต่ท่าทางที่เริ่มประหม่าแล้วมันก็น่าแกล้งดี ผมทำตาปิ๊งๆ ส่งให้เรียกคะแนนความเห็นใจ ในที่สุด ผมก็เป็นฝ่ายชนะ

 

"งั้นหลับตาก่อน" ภัทรก็ยิ้มน้อยๆ และเอื้อมมือมาป้อน ผมหลับตาลง แต่พอผมจะงับกลับ...ว่างเปล่า ไม่มีอะไรเข้าปาก

 

"ฮ่าๆ ให้แล้วยังเรื่องมาก อยากกินก็ไปตักเองเลย" เสียงเจ้าตัวหัวเราะทั้งที่ลูกชิ้นยังเต็มปาก

 

"แกล้งหรอ โดนแน่" ผมเอามือไปหยิกแก้มที่เคี้ยวลูกชิ้นตุ้ยๆ ด้วยความหมั่นเขี้ยว เสียงโวยวายของเธอปนกับเสียงหัวเราะของผมจนแยกไม่ออก มันก็สนุกดีนะ แต่ภัทรนะสิ ไม่โวยอย่างเดียว ผมเล่นกับเธอเบาๆ จี้เอวบ้าง จักจี้บ้าง แต่เธอทุบผมมาแต่ละที ระบมไปหมดแล้ว

 

ผมไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ที่เรานั่งแหย่กันเป็นเด็กๆ ผมเองก็ไม่รู้ว่ามาทำตัวประสาทกลับแบบนี้ได้ยังไง อาจจะเพราะคนข้างๆ ผมเป็นเธอคนนี้ก็ได้

 

"นายๆ โทรศัพท์ดังอ่ะ ไม่รับหรอ" ภัทรเอามือมาสะกิดผมที่นั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อย ผมหยิบมือถือขึ้นมาดูคนโทรเข้า

 

"งั้นเดี๋ยวผมมานะ" ผมหันไปบอกภัทรที่มีสีหน้าสงสัย แต่ก็ไม่ได้ถาม ผมยิ้มน้อยๆ เอามือลูบหัวเธอเบาๆ

 

...เมื่อถึงเวลาผมจะบอกเธอเอง อีกไม่นานหรอก รอผมนะ...

 

………………………………………………….

 

เรื่องนี้อัพจะจบแล้ว ขอฝากเรื่องใหม่ไว้ด้วยนะคะ

 

First Love รักนี้ฉัน...ยอม

 

http://my.dek-d.com/....php?id=1161638



#68 CarimA

CarimA

    Webmaster of Missladyboys.com

  • Admin
  • PipPipPipPipPip
  • 1745 posts
  • Gender:Female
  • Location:Mlbs Office, Bangkok Thailand
  • Interests:Show

Posted 15 July 2014 - 01:08 PM

ขอบคุณมากๆคะ อ่านเพลินมากๆ






0 user(s) are reading this topic

0 members, 0 guests, 0 anonymous users