Jump to content


Photo

แปลงเพศหญิงเป็นชายยาก เนื้อน้องสาวไม่พอปั้นจู๋ ฉีดยายั้งฮอร์โมนเพศแต่เด็กให้ผลดี


  • Please log in to reply
No replies to this topic

#1 CarimA

CarimA

    Webmaster of Missladyboys.com

  • Admin
  • PipPipPipPipPip
  • 1742 posts
  • Gender:Female
  • Location:Mlbs Office, Bangkok Thailand
  • Interests:Show

Posted 22 September 2015 - 12:42 PM

แปลงเพศหญิงเป็นชายยาก เนื้อน้องสาวไม่พอปั้นจู๋ ฉีดยายั้งฮอร์โมนเพศแต่เด็กให้ผลดี

 

หมอรามาฯ ชี้แปลงเพศต้องใช้ “ยายับยั้งฮอร์โมน” ตั้งแต่รูปร่างยังไม่ชัด ให้ผลดีกว่าตอนรูปร่างเป็นหญิง - ชายแล้ว ระบุก่อนผ่าตัดแปลงเพศต้องทดลองใช้ชีวิตข้ามเพศ 1 ปี หวั่นตัดสินใจผิด เผยผ่าตัดหญิงเป็นชายยากกว่า เหตุเนื้อน้องสาวไม่พอปั้นจู๋ เล็งปรับคลินิกเพศหลากหลายเป็น Excellent Center เชื่อมบริการเรื่องเพศครบวงจร


  558000008505101.JPEGblank.gif         

 

      พญ.จิราภรณ์ อรุณากูร กุมารแพทย์เวชศาสตร์วัยรุ่น คลินิกเพศหลากหลายในวัยรุ่น คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า คลินิกเพศหลากหลายในวัยรุ่นเน้นให้คำปรึกษาเพื่อความเข้าใจในเรื่องความหลากหลายทางเพศ รวมไปถึงเรื่องการใช้ฮอร์โมนในการเปลี่ยนแปลงเพศอย่างเหมาะสม สำหรับการผ่าตัดเปลี่ยนแปลงเพศ รพ.รามาธิบดีมีให้บริการ แต่เป็นคนละส่วนกับคลินิก อย่างไรก็ตาม เมื่อเร็ว ๆ นี้ มีการส่งต่อจากคลินิกเพศหลากหลายฯ ไปยังภาควิชาศัลยศาสตร์ ในการแปลงเพศจากผู้หญิงเป็นผู้ชาย 1 ราย จึงกำลังมีการหารืออยู่ว่าจะมีการดำเนินการให้คลินิกเป็น Excellent Center เพื่อให้บริการอย่างครบวงจร
       
       ศ.นพ.พัฒน์ มหาโชคเลิศวัฒนา ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี กล่าวว่า ฮอร์โมนเพศจะส่งผลกระทบต่อรูปร่างเมื่อโตเป็นหนุ่มสาว เช่น ผู้ชายเสียงห้าว มีหนวด ส่วนผู้หญิงก็สะโพกผาย เต้านมขยาย เป็นต้น โดยผู้ชายจะผลิตฮอร์โมนเพศจากอัณฑะ ส่วนผู้หญิงผลิตจากรังไข่ หากต้องการเปลี่ยนแปลงเพศก็ต้องหาทางยับยั้งฮอร์โมนเพศตัวเอง ซึ่งในอดีตก็ต้องตัดอัณฑะ หรือรังไข่ออก แต่การทำในเด็กถือว่าผิดกฎหมาย จึงมีการใช้วิธีฉีดยาลดฮอร์โมนเพศลง โดยยาจะไปออกฤทธิ์ต่อต่อมใต้สมองให้อัณฑะ หรือรังไข่หยุดการผลิตฮอร์โมน ซึ่งจะต้องฉีดเดือนละ 1 ครั้ง ไปจนถึงอายุ 16 ปี ซึ่งยาดังกล่าวมีราคาแพงประมาณ 6 - 7 พันบาท จากนั้นจึงกินฮอร์โมนข้ามเพศไปจนถึงอายุ 18 ปี เพื่อรอเข้าสู่การผ่าตัดแปลงเพศตามประกาศของแพทยสภา ซึ่งระหว่างนี้ต้องทดลองใช้ชีวิตชีวิตข้ามเพศ 1 ปี ว่า มีปัญหาหรือไม่ และอยากเปลี่ยนเพศจริง เพราะผ่าแล้วเรียกคืนไม่ได้ นอกจากนี้ หลังผ่าตัดแปลงเพศแล้วต้องกินฮอร์โมนข้ามเพศไปตลอดชีวิต
       
       “การจะเปลี่ยนเพศขึ้นอยู่กับว่าคนนั้นจะรู้สึกไม่อยากเป็นเพศนั้นเมื่อไร และต้องมีการประเมินจากจิตแพทย์วัยรุ่นด้วย ซึ่งการฉีดยายับยั้งฮอร์โมนเพศตั้งแต่อายุยังน้อยจะช่วยให้การเปลี่ยนเพศได้ผลดีกว่า เพราะสรีระเพศหญิงชายยังไม่ชัด แต่หากสรีระทางเพศชัดเจนแล้วก็ต้องอาศัยการผ่าตัดเข้าช่วยเหลือ สำหรับยายับยั้งฮอร์โมนไม่ส่งผลกระทบอะไร หากต้องการกลับเป็นเพศเดิมก็หยุดฉีดได้ แต่ที่เป็นปัญหาคือการกินฮอร์โมนข้ามเพศ จนสรีระเปลี่ยนไปแล้ว การจะกลับคืนรูปร่างเดิมก็จะยาก” ศ.นพ.พัฒน์ กล่าวและว่า สำหรับผลข้างเคียงของฮอร์โมนเพศชาย คือ มีสิว ขนดก หัวเถิก ไขมันในเลือดผิดปกติ การทำงานของตับผิดปกติ ความเข้มข้นของเลือดเพิ่มขึ้น เป็นต้น ส่วนผลข้างเคียงฮอร์โมนเพศหญิง คือ ไขมันในเลือดผิดปกติ การทำงานของตับผิดปกติ ฮอร์โมนโปรแลคตินสูงขึ้น การอุดตันของหลอดเลือดดำ มะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมาก เป็นต้น ซึ่งปัญหาคือ เด็กมักซื้อฮอร์โมนเพศตรงข้ามมากินเอง โดยไม่ได้รับคำแนะนำ

 

dr_cosmetic1_JPG00.jpg
       
       ด้าน พญ.งามเฉิด สิตภาหุล ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญศัลยกรรมพลาสติก รพ.รามาธิบดี กล่าวว่า การผ่าตัดเปลี่ยนแปลงเพศไม่ใช่ผ่าตัดแค่ตัวอวัยวะเพศ แต่เป็นการผ่าตัดเพื่อเปลี่ยนแปลงทั้งหมดจากผู้ชายกลายเป็นผู้หญิง หรือจากผู้หญิงกลายเป็นผู้ชาย เช่น หน้า หน้าอก กราม เป็นต้น ซึ่งการจะผ่าตัดแปลงเพศนั้นมีหลายขั้นตอน ต้องพบจิตแพทย์ก่อนเพื่อสนับสนุนว่ามีความพร้อมในการเปลี่ยนแปลงเพศ และการผ่าไม่ได้ผ่าครั้งเดียว ต้องมีการผ่าหลายครั้ง เพราะไม่สามารถผ่าทีเดียวพร้อมกันได้ เช่น ผ่าหน้าอกก่อน เป็นต้น สำหรับการผ่าตัดแปลงเพศในไทยอายุ 18 ปี สามารถทำได้แต่ผู้ปกครองต้องอนุญาต ส่วนอายุ 20 ปี สามารถดำเนินการเองได้ ทั้งนี้ การแปลงเพศชายเป็นหญิงง่ายกว่า เพราะผู้ชายมีเนื้อเยอะกว่า เพียงตัดองคชาตออก สร้างรู แล้วเอาปุ่มความรู้สึกส่วนปลายองคชาตมาเป็นปุ่มประสัน หรือคริตอริสของผู้หญิง แล้วเอาเนื้อที่ตัดออกที่เหลือมาทำแคมนอก แคมใน
       
       พญ.งามเฉิด กล่าวว่า ส่วนการแปลงผู้หญิงเป็นผู้ชาย ต้องตัดหน้าอกลดขนาด และดูดไขมันออก เพราะสรีระผู้หญิงไขมันมักไปกองที่หน้าท้อง บั้นท้าย และต้นขา ส่วนการสร้างอวัยวะเพศชายขึ้นมาจะลำบาก เพราะผู้หญิงเนื้อไม่พอ ที่นิยมคือใช้เนื้อตรงท้องแขนมาสร้างเป็นอวัยะเพศชายแล้วต่อเส้นเลือด แต่ รพ.รามาธิบดี กำลังพัฒนาใช้เนื้อที่ต้นขา เพราะจะมองเห็นแผลได้ยากกว่าท้องแขน โดยการทำแบ่งเป็น 3 ระยะ คือ 1. ตัดเต้านม สร้างท่อปัสสาวะ 2. ปิดรูตัดมดลูกรังไข่ และ 3. ทำตัวอวัยวะเพศ เช่น ใช้แคมนอกมาทำไข่ จึงจบการรักษา ส่วนอวัยวะเพศที่สร้างขึ้นมานั้นก็แข็งพอที่จะรู้สึกได้ แต่ไม่สามารถหลั่งน้ำได้แบบผู้ชาย

 

Credit : ASTVผู้จัดการออนไลน์






0 user(s) are reading this topic

0 members, 0 guests, 0 anonymous users