Jump to content






Photo

กุมารทองหลวงพ่อแย้ม(วัดสามง่าม)


  • Please log in to reply
No replies to this topic

#1 visutta

visutta

    สมาชิก...ขาจร

  • Members
  • PipPip
  • 159 posts
  • Gender:Female
  • Interests:สนใจเรื่องคาบาเรต์โชว์ และเรื่องราวต่างๆของสาวประเภท2

Posted 16 December 2010 - 12:18 AM

หลวงพ่อแย้ม วัดสามง่าม จ.นครปฐม สืบทอด "กุมารทอง" ตำรับ "หลวงพ่อเต๋ คงทอง"
พระครูประยุตนวการ หรือ หลวงพ่อแย้ม ฐานยุตฺโต เจ้าอาวาส วัดสามง่าม (วัดอรัญญิการาม) อ.ดอนตูม จ.นครปฐม นับเป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงเด่นดังอีกรูปหนึ่งใน จ.นครปฐม ในช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะมีงานพิธีพุทธาภิเษก วัตถุมงคล ณ ที่แห่งใด ก็มักจะต้องปรากฏชื่อหลวงพ่อแย้มร่วมพิธีปลุกเสกด้วยเสมอ

หลวงพ่อแย้มมีลูกศิษย์มากมายอยู่ทั้งใน และนอกประเทศ ด้วยความเคารพศรัทธาในบารมีธรรมของท่าน โดยเฉพาะการสร้าง และปลุกเสกวัตถุมงคลต่างๆ รวมทั้ง ตะกรุด ๓ หู และกุมารทอง ที่ท่านได้เล่าเรียนสืบทอด วิชามาจาก "เทพเจ้าแห่งดอนตูม" นาม "หลวงพ่อเต๋ คงทอง" อดีตพระเกจิอาจารย์ชื่อดัง ขมังเวทแห่ง วัดสามง่าม ซึ่งหลวงพ่อเต๋นั้น ท่านเป็นลูกศิษย์ ของหลวงพ่อทา วัดพะเนียงแตก และหลวงพ่อแช่ม วัดตาก้อง อดีต ๒ พระเกจิอาจารย์ชื่อดังของเมืองนครปฐมในอดีต

หลวงพ่อแย้ม ในวัย ๘๗ ปี พรรษาที่ ๖๓ ได้เมตตาให้สัมภาษณ์ พิเศษแก่ทีมข่าวคม ชัด ลึก ถึงเรื่องการเล่าเรียนวิชา คาถาอาคม จากหลวงพ่อเต๋ รวมทั้ง การสร้างของขลังต่างๆ ตามตำรับ "หลวงพ่อเต๋" องค์อาจารย์ ขอเชิญท่านทั้งหลาย ติดตามอ่านกันได้อย่างเต็มอิ่มจุใจ ณ บัดนี้


สมัยที่หลวงพ่อเต๋ยังมีชีวิตอยู่ หลวงพ่อได้เรียนวิชาอะไรจากท่านบ้างครับ ?

อาตมาก็เรียนเท่าที่ท่านจะสอนให้ เรียนเท่าที่ท่านใช้ ไม่ได้เรียนมาทั้งหมดหรอก วิชาแรกที่เรียนก็จะเป็นจำพวก หมอยาเกี่ยวกับการรักษาญาติโยมที่เจ็บไข้ได้ป่วย ซึ่งสมัยนั้น จะทำการรักษาด้วยยาสมุนไพรล้วนๆ เพราะสมัยนั้นไม่มีหมอ ไม่มีโรงพยาบาลที่ทันสมัยเหมือนในปัจจุบัน พระสงฆ์ที่มีวิชารักษาโรคจึงเป็น ที่พึ่งของญาติโยมได้ดีที่สุด

ต่อมา ท่านก็สอนวิชาการทำตะกรุด สักยันต์ และทำกุมารทอง สมัยที่หลวงพ่อเต๋ยังมีชีวิตอยู่ เวลาท่านจะทำของเหล่านี้ อาตมาก็จะเป็นผู้ช่วยท่าน
ตำราต่างๆ ของหลวงพ่อเต๋ ปัจจุบัน หลวงพ่อได้เก็บเอาไว้บ้าง หรือเปล่าครับ ?

สมัยที่อาตมาเรียนวิชากับหลวงพ่อเต๋นั้น ไม่ได้เรียนวิชาจากตำราหรอก ทั้งหมดจะเป็นการเรียนการสอนแบบปากต่อปาก ให้ต่างคนต่างจำกันเอาเอง เนื่องจากคนที่เรียนวิชาถ้าต้องการที่อยากจะได้วิชาไปจริงๆ เขาก็ต้องตั้งใจ ที่จะเรียนรู้ และต้องจดจำในวิชานั้นๆ ให้ได้ และถ้าสมัยนั้นมีหนังสือ เป็นตำรา หลวงพ่อเต๋ท่านกลัวว่าจะมีคนที่เป็นนักเลง หรือพวกโจร จะนำไปใช้ในทางที่ไม่ดี หรือลูกศิษย์บางคนที่ไม่รู้จักบุญคุณกลับเอาวิชาที่เรียนมาจากอาจารย์นั้น มาทดลองหรืออาจมาแข่งกับอาจารย์ของตัวเองได้


ตอนที่หลวงพ่อ เรียนวิชากับหลวงพ่อเต๋ เรียนยากมั้ยครับ ?

เรียนไม่ยากหรอก ที่สำคัญ ท่านจะไม่อาบน้ำ เนื่องจากหลวงพ่อเต๋นั้น ดูเหมือนท่านจะกลัวน้ำกลัวฝน แต่ไม่กลัวแดด สมัยที่ท่านยังมีชีวิต ท่านจะอาบน้ำ เพียงปีละครั้ง แต่ที่ไม่อาบน้ำนั้น ถือเป็นหนึ่งในวิชาคาถาอาคมที่ได้เรียนมา ปัจจุบัน อาตมาเองก็ไม่อาบน้ำมานานแล้ว ตอนนี้ เป็นเวลากว่า ๓๐ ปีมาแล้วที่อาตมาไม่ได้อาบน้ำ จะใช้เพียงผ้าซับน้ำ เช็ดเนื้อตัวเสียเป็นส่วนใหญ่

หลวงพ่อไม่ได้อาบน้ำนานๆ อย่างนี้ ไม่รู้สึกเหนียวตัวบ้างหรือครับ ?

ไม่เหนียวนะ

แล้วตัวไม่เหม็นบ้างหรือครับ ? ก็ไม่เห็นเหม็นอะไร (หัวเราะ)

หลวงพ่อไม่คิดจะอาบน้ำบ้างเลยเหรอครับ ?

อาตมาก็ไม่คิดที่จะอาบน้ำ จริงๆ ก็กลัวฝนเหมือนกัน เพราะเจอฝนเมื่อไรก็จะเป็นหวัดเป็นไข้ได้เจ็บทุกครั้ง (หัวเราะ) จากที่เคยอยู่กับหลวงพ่อเต๋มานาน ท่านจะเป็นพระที่กลัวฝนมาก ซึ่งไม่รู้สาเหตุที่ชัดเจนว่าเป็นมาอย่างไร อาตมาจำได้ว่า ครั้งหนึ่งเห็นหลวงพ่อเต๋ถูกฝนเปียก แล้วท่านจะมีอาการสั่นๆ รู้สึกว่าท่านจะหนาวมาก



ช่วงเข้าพรรษา ไตรมาสปีนี้ เห็นหลวงพ่อลงจารอักขระทำตะกรุดมากมาย ไม่ทราบว่าเป็นตะกรุดอะไรครับ ?

เขาเรียกว่าตะกรุดสามหู ก็เป็นวิชาที่อาตมาเรียนมาจากหลวงพ่อเต๋นั่นแหละ

ในแต่ละพรรษา หลวงพ่อสร้างตะกรุดได้หลายดอกมั้ยครับ ?

มันไม่แน่นอนหรอก จริงๆ มันอยู่ที่สุขภาพ และกำลังของอาตมาด้วยนะ เฉลี่ยในปีๆ หนึ่ง จะทำตะกรุดได้ประมาณ ๒๐๐ กว่าดอก ก็จะทำในช่วงเข้าพรรษา

วัสดุที่ใช้ทำตะกรุด ทำไมจึงเป็นกระดาษ ทำไมหลวงพ่อไม่ใช่แผ่นโลหะพวกทองเหลือง หรือทองแดงทำล่ะครับ ?

ตะกรุดของอาตมาที่เขียนยันต์ในกระดาษข่อยนั้น เขาเรียกตะกรุดสามหู ส่วนตะกรุดที่เขียนยันต์ในแผ่นทองเหลือง เขาเรียกว่าตะกรุดมหารูด แต่ในทางเอาไปใช้แล้วไม่มีความแตกต่างกันนัก เพราะคาถาที่เขียนลงในตะกรุดสามหู ก็เป็นคาถาตัวเดียวกันกับตะกรุดมหารูด

ยันต์ที่หลวงพ่อเขียนลงในตะกรุด มีพุทธคุณทางด้านใดบ้างครับ ?

ก็เน้นไปทางมหาอุดทั้งหมด รวมทั้งเมตตามหานิยมด้วย

ยันต์มหาอุด และยันต์พระเจ้า ๕ พระองค์ ใครเอาไปใช้แล้ว จะป้องกันอันตรายได้รอบตัวรอบทิศทาง เป็นวิชาที่อาตมา ได้สืบทอดมาจากหลวงพ่อเต๋ สมัยก่อน พอหลวงพ่อเต๋ทำตะกรุด อาตมาจะเป็นคนช่วยท่านเขียนยันต์ และช่วยถักไหมคลุมตะกรุด แล้วให้หลวงพ่อเต๋เป็นคนปลุกเสก



วิธีทำตะกรุดสามหู ต้องทำอย่างไรบ้างครับ ?

การทำตะกรุดแต่ละดอก จะต้องเขียนยันต์ลงบนกระดาษข่อยทั้งสองหน้า เสร็จแล้วก็ต้องม้วน จากนั้น ก็เอาไปถักแต่เดี๋ยวนี้ก็ให้ลูกศิษย์มาช่วยกันถัก เนื่องจาก สายตาของอาตมาไม่ค่อยดี เมื่อถักเสร็จแล้ว อาตมาก็จะทำพิธีปลุกเสกเป็นเวลา ๑ ไตรมาส จากนั้น จึงจะให้ลูกศิษย์ หรือญาติโยมเอาไปใช้แขวนคอ หรือคาดเอว

วิธีใช้ตะกรุดสามหูให้ได้ผล คนใช้จะต้องทำอย่างไรบ้างครับ ?

ตามตำราที่อาตมาได้ร่ำเรียนมาจากหลวงพ่อเต๋ท่านระบุเอาไว้ว่า ใครที่จะต่อสู้เพื่อให้ได้ชัยชนะต้องเอาตะกรุด นี้ไว้ข้างหน้า วิ่งหนีภัยวิบัติก็ให้เอาตะกรุดไว้ข้างหลัง จะเดินทางไปหาเจ้าหานายให้มีเมตตามหานิยม ก็ให้เอาตะกรุดนี้ไว้ได้ทั้งซ้าย หรือขวา

หลวงพ่อสร้างตะกรุดได้ในแต่ละปีกี่ดอกครับ

มันไม่แน่นอนหรอก จริงๆ มันอยู่ที่สุขภาพและกำลังของอาตมาด้วยนะ ปีๆ หนึ่งทำตะกรุดได้ประมาณ ๒๐๐ กว่าดอก และส่วนใหญ่ตะกรุดสามห่วงเหล่านี้อาตมาก็จะทำในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา

หลวงพ่อเริ่มทำตะกรุดสามหูมานานแค่ไหนแล้วครับ ?

อาตมาเริ่มทำมาตั้งแต่สมัยหลวงพ่อเต๋ยังมีชีวิตอยู่ ท่านก็เคยเอาไปทดลองยิง ก็ยิงไม่ออก

โอโห..ตะกรุดของหลวงพ่อ ถึงขนาดลองยิงได้เลยเหรอครับ !

ก็ลองกันเลย หรือแม้แต่วัตถุมงคลอย่างอื่นๆ ของอาตมา อย่างพระกริ่ง เมื่ออาตมาทำเสร็จแล้วก็ได้มีการเอาไปลอง ยิงกันเลย ปืนยิงยังไงก็ยิงไม่ออก นี่แหละ..เป็นเพราะคาถามหาอุดที่หลวงพ่อเต๋สอนไว้


สมัยที่หลวงพ่อเต๋ยังมีชีวิตอยู่ ท่านยังมีชื่อเสียงโด่งดังเรื่องสักยันต์ ด้วยใช่มั้ยครับ ?

ก็มีคนเดินทางมาให้ท่านสักยันต์กันมาก สักเสร็จท่านก็จะลองเอามีดฟันเลย ก็ฟันไม่เข้า

พอสักยันต์เสร็จ ก็ต้องลองของให้ดูกันเลยเหรอครับ ?

สมัยที่อาตมาเดินธุดงค์ไปกับหลวงพ่อเต๋ ก็เคยถูกลองวิชาหลายแห่งเหมือนกัน จำได้ว่าแถวๆ เมืองกาญจนบุรี ก็จะถูกลองหลายแห่ง สมัยนั้น ก็มีลูกศิษย์หลวงพ่อเต๋จากจังหวัดพิษณุโลก และกำแพงเพชร มาขอสักยันต์กันเยอะ ท่านก็จะสักยันต์น้ำมันให้ เมื่อสักเสร็จเขาก็ขอลองเลย หลวงพ่อเต๋ก็เอามีดคมๆ ฟันลงกลางหลังเลย เป็นเรื่องที่อัศจรรย์ เหมือนกัน เพราะคมมีดมันไม่เข้าเนื้อเลยแม้แต่น้อย

แล้วหลวงพ่อเต๋ได้สักยันต์ให้หลวงพ่อด้วยหรือเปล่าครับ ?

หลวงพ่อเต๋ได้สักยันต์ให้อาตมาด้วยตัวเอง เป็นการสักน้ำมัน ทำพิธีเสาร์ ๕ สองครั้ง ปัจจุบันนี้หากมีลูกศิษย์หรือญาติโยม มาขอให้สักยันต์ อาตมาก็ได้สักยันต์น้ำมันตามตำราของหลวงพ่อเต๋เหมือนกัน

วิชาสักยันต์ของหลวงพ่อเต๋มีพุทธคุณดีทางไหนครับ ?

สมัยก่อน ที่อาตมาเพิ่งบวชใหม่ๆ ในย่านนี้จะมีพวกโจร และนักเลงมากมาย ทำให้ยันต์ที่สักของหลวงพ่อเต๋ จึงต้องเน้นไปทางหนังเหนียว ยิงไม่ออก ขนาดเสือผาด ทับสายทอง ที่เป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม เขายังมาขอเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อเต๋ และให้ท่านสักยันต์ให้ แล้วก็ไปทดลองยิง ก็ยิงไม่เข้าด้วย ทำให้ชื่อเสียงของหลวงพ่อเต๋ เป็นที่รู้จักของลูกศิษย์ในวงกว้าง

แต่ถ้าจะพูดถึงวัตถุมงคลที่ทำให้ชื่อเสียงของหลวงพ่อเต๋โด่งดังมาก ต้องเป็น "กุมารทอง" ใช่มั้ยครับ ?

อึม..ใช่ (ยิ้ม)



จริงๆ แล้ว กุมารทองตามตำราของหลวงพ่อเต๋ มีตัวตนจริงหรือเปล่าครับ และใช้ดีทางไหนครับ ?

ตามความเห็นของอาตมาก็ต้องมีตัวตน เพราะกุมารทองที่ว่านี้ เมื่อมีกุมารทองอยู่จำนวน ๑๐๐ องค์ ก็ต้องมีเป็นวิญญาณ ๑๐๐ ดวง ซึ่งถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ญาติโยมนำเอาไปใช้แล้วจะก่อให้เกิดผลทางโชคลาภเงินทองไหลมาเทมา ในการค้าขาย ก็จะทำให้ทำมาค้าขึ้น

กุมารทองของหลวงพ่อสร้างจากอะไรครับ ?

กุมารทองจะทำมาจากดินผสมว่าน แล้วบรรจุเลขยันต์ และอาคมพิเศษลงไป รูปร่างสวยงามน่ารัก ใช้ได้เหมือนลูกกรอกหรือรักยม มีไว้ประจำบ้านเรือน สำนักงาน หรือจะเป็นห้างร้านต่างๆ จะทำให้เกิดลาภผล และเป็นสิริมงคลแก่ผู้นำไปบูชา

นอกจาก ที่วัดสามง่ามแล้ว ก็ยังมีวัดต่างๆ นิยมสร้างของขลังในรูป "กุมารทอง" กันเยอะพอสมควร ไม่ทราบว่าเหมือนกัน หรือต่างกันอย่างไรกับกุมารทองของหลวงพ่อครับ ?

ไม่เหมือนกันหรอก ที่เขาทำกันส่วนมากจะทำกันโดยรู้ส่วนผสมเพียงอย่างเดียว แต่ปลุกเสกไม่เป็น ซึ่งก็มีหลายวัดเหมือนกันที่ไปหลอกลวงญาติโยม โดยใช้ชื่อ และวัดของอาตมาก็มี ทำให้มีคนหลงเชื่อเช่าไปบูชา ส่วนใหญ่ที่ถูกหลอกจะเป็นชาวสิงคโปร์ ที่อาตมายืนยันได้เพราะมีลูกศิษย์มาหาที่วัด แล้วก็เอากุมารทองออกมาให้ปลุกเสก อาตมาเห็นแล้วก็มั่นใจเลยว่าเป็นของปลอม

การปลุกเสกกุมารทองแตกต่างจากการปลุกเสกวัตถุมงคลอื่นๆ อย่างไรบ้างครับ ?

วัตถุมงคลแต่ละอย่าง ก็จะมีพุทธคุณแตกต่างกัน การปลุกเสกก็ไม่เหมือนกัน ต้องแยกกันปลุกเสก จะเสกรวมกันไม่ได้ เนื่องจาก กุมารทองจะเน้นไปทางทำมาค้าขาย ไปทางเมตตามหานิยม ไม่ได้ลงคาถามหาอุด จึงกันกระสุนปืนไม่ได้ ฉะนั้น ถ้าต้องการพุทธคุณทางด้านมหาอุด ต้องเป็นตะกรุดสามหู



แล้วระหว่างพระเครื่อง กุมารทอง และตะกรุดสามหู อย่างไหนมีพุทธคุณดีที่สุดครับ ?

ทุกอย่างที่อาตมาทำการปลุกเสกนั้น ก็ต้องมีความแตกต่างกันไป เมื่อมีพุทธคุณไม่เหมือนกัน ในการนำเอาไปใช้จึงมี พุทธคุณกันคนละแบบ แต่ตะกรุดสามหูที่ทำออกมานั้นจะเป็นสิ่งที่ใช้ดีที่สุด เพราะเป็นเรื่อง ของอยู่ยงคงกระพัน อีกทั้ง เรื่องเมตตาค้าขาย ก็ใช้ได้

วัตถุมงคลของหลวงพ่อจะปลุกเสกตลอดไตรมาส ๓ เดือนทั้งหมดหรือเปล่าครับ ?

จะปลุกเสกเป็นไตรมาสเป็นส่วนใหญ่ ก็จะนั่งปลุกเสกที่หน้ากุฏิแห่งนี้ บางส่วนก็มีญาติโยมนำวัตถุมงคล มาฝากให้อาตมาปลุกเสกให้ก็มี

เวลาปลุกเสก หลวงพ่อจะปลุกเสกเดี่ยวเลยใช่มั้ยครับ ?

ปลุกเสกวัตถุมงคลคนเดียวก็เพียงพอ ไม่ต้องปลุกเสกเป็นหมู่หรอก เพราะของจะดี หรือไม่ดีก็อยู่ที่คนนำไปใช้นั่นเอง

ในสมัยนี้ เมื่อมีการสร้างวัตถุมงคล ก็มักจะมีการนิมนต์พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง มาร่วมพิธีปลุกเสก กันมากมาย ซึ่งการปลุกเสกหมู่อย่างนี้ จะไม่ดีกว่าปลุกเสกเดี่ยวเหรอครับ ?

ไม่ถูกต้องนะ ที่ผ่านมาก็เห็นว่ามีการนิมนต์หลายพระอาจารย์มาร่วมในพิธีปลุกเสกนั้น อาตมาว่าเป็นการเอาอาจารย์ มาโฆษณากันมากกว่า หลายครั้งที่อาตมาถูกนิมนต์ไปร่วมพิธีปลุกเสก ก็ยังไม่รู้เลยว่าต้องไปปลุกเสกวัตถุมงคลอะไร บางครั้งการสร้างวัตถุมงคลก็ทำกันไม่ค่อยเข้ากับพระพุทธศาสนาเท่าไร

ปัจจุบัน วัดต่างๆ นิยมสร้างวัตถุมงคลกันมากมายก่ายกอง ขนาดพระสงฆ์บางรูป บวชได้ไม่เท่าไหร่ก็ยังออกวัตถุมงคลกันแล้ว หลวงพ่อมองอย่างไรบ้างครับ ?

พระอายุ ๓๐-๔๐ ปี มาสร้างวัตถุมงคลนั้น อาตมาว่าไม่ได้เรื่องนะ เพราะพระสงฆ์พรรษาน้อยเหล่านี้มีวิชาคาถาอาคม ยังไม่มีความแกร่งกล้ามากนัก จะมีความแตกต่างมาก หากเปรียบกับพระสงฆ์ที่มีพรรษามาก และจะเป็นเกจิอาจารย์ได้ น่าจะมีอายุตั้งแต่กว่า ๖๐-๗๐ ปี ขึ้นไป เนื่องจาก เป็นช่วงเวลาที่เกจิอาจารย์เหล่านี้ได้ฝึกวิชาได้เชี่ยวชาญ ยิ่งพระสงฆ์สมัยก่อนจะมีความขลังมากกว่า เพราะว่าว่าท่านมีสัจจะ ไม่ได้เน้นโฆษณาขายของเหมือนกับ พระสงฆ์หลายวัดในทุกวันนี้



ตลอดระยะเวลา ๕-๖ ปีมานี้ "พุทธพาณิชย์" หรือการสร้างพระเครื่อง และวัตถุมงคลต่างๆ มาเป็นธุรกิจซื้อขายได้แพร่ระบาดไปในวัดหลายแห่งทั่วประเทศ หลวงพ่อคิดเห็นอย่างไรบ้างครับ ?

วัดหลายแห่ง ได้มีการสั่งทำวัตถุมงคลมาจากโรงงานเสียเป็นส่วนใหญ่ทำให้วัดต่างๆ มีภาพที่ออกมากลายเป็นพุทธพาณิชย์ เพื่อไม่ให้เป็นพุทธพาณิชย์มากไปกว่านี้ แนวทางที่ดีนั้น อาตมาว่าทางวัดควรจะมีการทำวัตถุมงคลขึ้นมาเอง เหมือนกับอาตมา ที่ได้ทำวัตถุมงคลเองทั้งหมด ส่วนที่สั่งทำจากโรงงานก็จะเป็นพวกเหรียญเพียงอย่างเดียว เพราะอาตมาเชื่อว่าตรงนี้น่าจะช่วยลดความ เป็นพุทธพาณิชย์ลงไปได้บ้าง

อย่างพระผงสมเด็จต่างๆ อาตมาก็จะผสมผงเอง เพื่อให้ญาติโยมเอาไปใช้แล้วเกิดเป็นผลดี อาตมาจึงต้องผสมส่วนผสม ด้วยตัวเองทุกขั้นตอน ไม่ใช่ไปทำมาจากปูนขาว ปูนปลาสเตอร์ แล้วก็ปั๊มมาจากโรงงาน แล้วก็มาหลอกขายกันเยอะแยะ พระผงของอาตมาก็จะไม่เคยสั่งปั๊มมาจากโรงงาน แต่ที่สั่งปั๊มจากโรงงานมีเพียงอย่างเดียว คือเหรียญเท่านั้น

ทำไมหลวงพ่อถึงไม่ให้ศูนย์พระเครื่องสร้างวัตถุมงคลให้กับทางวัด ล่ะครับ ?

ที่อาตมาไม่ให้ศูนย์พระเครื่อง หรือคนนอกที่เป็นนายทุน เข้ามาสร้าง วัตถุมงคลให้กับทางวัด สาเหตุเพราะอาตมาไม่อยาก ให้มีในเรื่องของ ผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง จนเป็นต้นเหตุทำให้เกิดกรรม การครึ่งหนึ่ง วัดอีกครึ่งหนึ่ง ซึ่งจะสร้างความวุ่นวายไม่รู้จบ และจะเห็นได้ว่าอุโบสถหรือ เสนาสนะต่างๆ ภายในวัดสามง่ามทั้งหมดจะ เป็นปัจจัยที่ได้รับมา จากญาติโยมที่ได้ร่วมบริจาคสมทบทุนในการก่อสร้าง



การนำวัตถุมงคลไปใช้ให้เกิดดี มีความเข้มขลัง คนนำไปใช้ต้อง ปฏิบัติตัวอย่างไรครับ ?

วัตถุมงคลจะใช้ได้ดีหรือไม่ดี ไม่ต้องไปดูที่ไหน มันอยู่ที่คนเอาไปใช้นั่นแหละ เมื่อคนนั้นประพฤติดีปฏิบัติดี วัตถุมงคลเหล่านั้นก็จะได้ผล และจะได้รับความคุ้มครองให้ปลอดภัย

สมัยที่เรียนกับหลวงพ่อเต๋ ท่านจะไม่บอกหรอกนะว่าใช้แล้วจะดีอย่างไร ท่านจะบอกเพียงว่า ใครอยากได้ก็เอาไป ใครไม่อยากได้ก็ไม่ต้องเอาไป (หัวเราะ) โดยท่านจะย้ำเสมอว่า ทองคำอยู่ที่ไหน ก็ยังเป็นทองคำ เมื่อใครนำวัตถุมงคลไปใช้แล้ว ขออย่างเดียวห้ามพูดคำหยาบ เช่น ให้ของลับ ด่าพ่อล่อแม่ ห้ามเด็ดขาด ถ้าละในสิ่งที่ว่านี้ได้ ของถึงจะขลัง

เห็นข่าวว่า หลวงพ่อได้รับนิมนต์เดินทางไปที่ประเทศสิงคโปร์บ่อยๆ ใช่มั้ยครับ ไม่ทราบว่าหลวงพ่อไปทำอะไรบ้างครับ ?

อาตมาไปสิงคโปร์ประมาณ ๑๐ ครั้งแล้ว ส่วนใหญ่ที่ไปก็จะรดน้ำมนต์ ลงนะหน้าทอง เทศนาธรรม และก็ปลุกเสก วัตถุมงคล และเครื่องรางของขลังให้กับญาติโยมที่สิงคโปร์ ตอนที่ไปสิงคโปร์ อาตมาต้องนั่งรับญาติโยม ที่มาไหว้ตั้งแต่เที่ยง จนกระทั่งถึง ๒ ทุ่ม ตอนนี้ ก็มีลูกศิษย์มานิมนต์ให้ไปโปรดญาติโยม ที่ประเทศบรูไน และฮ่องกงอีก อาตมาก็ไปไม่ไหวแล้ว ไปแต่ละครั้งก็เหนื่อย อายุอาตมาก็มากขึ้นด้วย

ธรรมะข้อไหนที่หลวงพ่อมักพูดให้ญาติโยมฟัง และแนะให้นำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวันครับ ?

ก็ให้ประพฤติปฏิบัติตัวดี คิดดี ทำดี ที่ทำออกมาจากใจ ให้มีศีล สมาธิ ปัญญา ให้ละความโลภ ยอมรับในความวิญญาณ เวทนา และสิ่งสำคัญ ยอมรับสังขารของตัวเองว่าไม่ใช่ของเรา จึงไม่ควรไปยึดมั่นถือมั่น เนื่องจากความหลงเป็นสิ่งไม่รู้จริง ฉะนั้น ต้องให้ทุกคนรู้เท่าสังขาร ตัวเอง ทุกอย่างห้ามไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นฟันหัก ผมหงอก เพราะมันเป็นเรื่อง อนิจจัง คิดมากไป ก็จะเป็นทุกข์

อาตมาอยากให้ญาติโยมรู้ไว้ว่าทุกอย่างมันไม่เที่ยง เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องธรรมดา เพราะพระพุทธเจ้าได้แสวงหา คำตอบจนค้นพบแล้วว่า ความไม่แก่ ไม่เจ็บ ไม่ป่วย ไม่ตาย กระทั่งนิพพาน รู้แจ้งเห็นจริงว่า มนุษย์หลีกหนีสิ่งเหล่านี้ไปไม่พ้น

หลวงพ่อเต๋ท่านจะไม่บอกว่า วัตถุมงคลใช้แล้วจะดีอย่างไร ท่านจะบอกเพียงว่า ใครอยากได้ก็เอาไป ใครไม่อยากได้ก็ไม่ต้องเอาไป ท่านจะย้ำเสมอว่า ทองคำอยู่ที่ไหน ก็ยังเป็นทองคำ






















0 user(s) are reading this topic

0 members, 0 guests, 0 anonymous users