Jump to content






Photo

การแปลงเพศ


  • Please log in to reply
7 replies to this topic

#1 Miss Plastic

Miss Plastic

    สมาชิกหน้าใหม่

  • Members
  • Pip
  • 7 posts

Posted 21 July 2007 - 03:21 PM

กระทู้นี้รวบรวมข้อมูลการทำศัลยกรรม แปลงเพศ



การแปลงเพศ เป็นการผ่าตัดขั้นตอนสุดท้ายของการรักษาผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของการรับรู้เพศ เพื่อสร้างอวัยวะเพศหญิง จากอวัยวะเพศชาย (หรืออวัยวะเพศชายจากอวัยวะเพศหญิง ซึ่งมีน้อยมาก) ให้มีลักษณะภายนอกตรงตามสภาพจิตใจ ในบทความนี้จะกล่าวถึงการผ่าตัดสร้างอวัยวะเพศหญิงจากอวัยวะเพศชายเป็นหลัก

ปัจจุบันวิทยาการทางการแพทย์ได้มีการค้นพบเทคนิคผ่าตัดสมัยใหม่ ช่วยให้ความใฝ่ฝันของบุคคลเหล่านี้กลายเป็นจริงได้ โดยที่บางครั้งคนรอบข้างแทบจะจำแนกไม่ออกเลยว่า หญิงสาวคนนั้นเป็นหญิงแท้ หรือหญิงแปลงเพศ ถ้าเธอไม่เอ่ยปากบอก

การผ่าตัดเพื่อแปลงเพศ ในปัจจุบันถือได้ว่าไม่ยุ่งยากซับซ้อนมากนะครับ แต่การผ่าตัดจะได้ผลดี สวยงาม แพทย์ผู้ผ่าตัดต้องมีประสบการณ์และความชำนาญจริงเท่านั้น ดังนั้นคุณที่คิดจะผ่าตัดแปลงเพศต้องเลือกโรงพยาบาลที่มีแพทย์ที่เชี่ยวชาญจริง ๆ นะครับ

เมื่อคุณไปพบแพทย์ เพื่อปรึกษาเรื่องการผ่าตัดแปลงเพศแล้วช่วงเวลาที่สำคัญ คือ ช่วงเวลาก่อนการตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัด คุณควรใคร่ครวญและคิดทบทวนให้ดีถึงความต้องการที่แท้จริงของตัวเอง โดยคำนึงถึงเรื่องต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นหลังการผ่าตัด ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบในเรื่องงาน หรือความเข้าใจจากคนในครอบครัวและคนรอบข้าง จากนั้นจึงให้เวลากับการศึกษาขั้นตอนและผลของการรักษาจากแพทย์ผู้ทำการผ่าตัด เพื่อจะได้รับทราบรายละเอียดและคลายความกังวลได้ในระดับหนึ่ง

โดยทั่วไปแล้ว..ขั้นตอนการพิจารณาบุคคลที่มีคุณสมบัติ และสภาวะจิตใจที่พร้อมต่อการเข้ารับการผ่าตัดแปลงเพศนั้น จะต้องรับการตรวจจากจิตแพทย์ว่าได้ผ่านการทดสอบ โดยมีคุณสมบัติความพร้อมมาตรฐานโลก ดังนี้
1. ได้ดำรงชีวิตแบบหญิงติดต่อกันเป็นระยะที่ยาวนานกว่า 1 ปี ขึ้นไป

2. เคยใช้ชีวิตเป็นหญิงอย่างสมบูรณ์ที่คนรอบข้างยอมรับได้ และคุณมีความสุขโดยไม่มีความกดดันใด ๆ

3. มีความรู้ลึกเป็นหญิงมานานแล้ว หรืออาจจะเริ่มตั้งแต่จำความได้

4. มีความรู้สึกรังเกียจอวัยวะเพศของตัวเอง และคิดว่ามันเป็นของส่วนเกิน

5. มีความรู้สึกไม่ชอบพฤติกรรมของพวกรักร่วมเพศ

6. เคยรับประทานฮอร์โมนเพศหญิงมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นในรูปยารับประทาน หรือยาฉีด เพราะโดยทั่วไปแล้ว ถ้าไม่ได้ตั้งใจต้องการจะเป็นหญิง คงไม่มีผู้ชายคนใดที่นำยาฮอร์โมนเพศหญิงประทาน

7. ได้ผ่านการประเมินสภาพจิตใจว่าอยู่ในภาวะที่ปกติ และพร้อมต่อการผ่าตัดโดยจิตแพทย์ และให้ใบรับรอง สำหรับการผ่าตัดจอย่างถูกต้องตามหลักการทดสอบสภาพจิต

เมื่อได้ข้อมูลที่เพียงพอต่อการตัดสินใจ และผ่านการตรวจด้านสภาวะจิตใจ แพทย์จึงจะทำการผ่าตัดให้ และคุณควรจะเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดด้วย ดังนี้
1. ควรให้แพทย์ตรวจร่างกายพร้อมให้รายละเอียดประวัติสุขภาพที่ชัดเจน เพื่อแพทย์จะได้ทราบถึงภาวะความพร้อมของร่างกาย

2. ถ้าคุณรับประทานยาชนิดใดในขณะที่รับการผ่าตัด ควรแจ้งให้แพทย์ทราบ เพื่อที่แพทย์จะได้ให้คำแนะนำว่าควรหยุดยา หรือเปลี่ยนยาก่อนรับการผ่าตัด

3. ควรหยุดใช้ฮอร์โมนย่างน้อย 2 สัปดาห์ ก่อนการผ่าตัด

4. ควรรับประทานอาหารประเภทอ่อน ๆ สัก 2-3 วัน ก่อนการผ่าตัด เพื่อจะได้มีกากอาหารค้างภายในลำไส้น้อยลง และจะได้ถ่ายน้อยลง

มาถึงขั้นตอนการผ่าตัด เพื่อแปลงเพศกันเลยนะครับแพทย์จะใช้เวลาในการผ่าตัดประมาณ 2-3 ชั่วโมง โดยมีขั้นตอนการผ่าตัด ดังนี้
1. ได้รับการวางยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์ เพื่อไม่ให้คนไข้มีอาการเจ็บ หรือปวดในระหว่างการผ่าตัด

2. กรรมวิธีการผ่าตัดแปลงเพศจากชายเป็นหญิงนั้น แพทย์จะทำการสร้างช่องคลอดใหม่ โดยใช้เนื้อเยื่อในส่วนที่อยู่หน้าบริเวณท่อทวารหนัก ย้ายไปอยู่เหนือท่อทวารหนักในระดับที่อยู่ใต้ท่อปัสสาวะ แล้วผ่าตัดเปิดผิวหนังให้เป็นช่องที่กว้างและลึกพอ โดยมีระยะความกว้างประมาณ 1.5-2 นิ้ว ก็จะได้ช่องคลอดเทียมที่สร้างขึ้นใหม่ ลักษณะคล้ายช่องคลอดของเพศหญิง

3. จากนั้นขั้นตอนต่อไปคือ การดึงผิวหนังจากบริเวณอวัยวะเพศชายของคนไข้ไปติดกั้นเป็นผนังช่องคลอด โดยหนังที่ถูกนำไปปลูกบริเวณนี้ได้มาจากหนังที่หุ้มอวัยวะเพศชายเดิม ความลึกของช่องคลอดจึงขึ้นอยู่กับความยาวของอวัยวะเพศชายเดิมด้วยเช่นกัน

4. อีกเทคนิคหนึ่งในการสร้างช่องคลอดเทียม คือ การตัดต่อท่อปัสสาวะเพศชายที่ยาวให้สั้นลง แล้วตกแต่งให้ใช้งานเปิดปิดในตำแหน่งที่สามารถนั่งปัสสาวะได้ เพราะหากเอาไว้ในตำแหน่งที่ไม่ถูกต้องเวลาที่นั่งปัสสาวะก็อาจจะพุ่งขึ้นมาได้ จากนั้นจึงเปิดช่องบริเวณนั้น เพื่อสร้างช่องคลอดเทียม

5. การตกแต่งรูปร่างภายนอกช่องคลอด เช่น แคมเล็กหรือแคมใหญ่ แพทย์จะใช้เทคนิคพิเศษเพื่อเลียนแบบแคมให้ได้ใกล้เคียงกับอวัยวะเพศหญิง โดยใช้หนังบริเวณที่หุ้มลูกอัณฑะ ด้วยวิธีการตัดลูกอัณฑะออก แล้วนำหนังและเนื้อเยื่อรอบ ๆ มาตกแต่งเพื่อสร้างรูปลักษณ์ของอวัยวะภายนอกให้เหมือนของอวัยวะเพศหญิงให้มากที่สุด

6. ขั้นตอนสุดท้าย คือ การตกแต่งประสาทรับความรู้สึกให้เป็นปุ่มรับความรู้สึกทางเพศหญิง เรียกว่าปุ่มคลิตอริส (Clitoris) ซึ่งโดยทั่วไปพบว่าความรู้สึกทางเพศ ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าเดิม แต่กลับมีความมั่นใจขึ้นกว่าเดิมเสียอีก เมื่อเรียบร้อยก็เป็นอันเสร็จพิธี คุณจะได้อวัยวะเพศหญิงสมใจ

หลังการผ่าตัดคุณจะต้องนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาลประมาณ 5-7 วันนะครับ เพื่อจะได้อยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด และในช่วงเวลานั้นแพทย์จะแนะนำวิธีปฏิบัติตัวที่ถูกต้องให้คุณทราบด้วย ดังนี้
1. ให้ลดอาหารที่มีกากและเครื่องดื่มประเภทนมที่อาจทำให้มีกากและเกิดการขับถ่ายในช่วง 2 วันแรก เพื่อป้องกันการติดเชื้อ คือประมาณ 2-3 วันแรก แพทย์อยากจะให้คนไข้ถ่ายน้อย ๆ ครับ

2. เวลานอน ควรนอนในท่าที่ขาทั้งสองข้างแยกออกจากกัน โดยอาจใช้ผ้าห่มคั่นกลางกันไว้ในขณะที่หลับ เพื่อไม่ให้แผลผ่าตัดถูกกดทับ

3. ควรทำความสะอาดช่องคลอดด้วยน้ำยาป้องกัน และฆ่าเชื้อโรค หรือน้ำเกลือล้างแผลเพื่อป้องกันการติดเชื้อ

4. ควรเริ่มลุกเดินในระยะหลังผ่าตัด 5 วัน

5. ให้ดูแลรักษาไม่ให้ช่องคลอดตีบตัน โดยใช้อุปกรณ์เทียมที่ทำจากแท่งซิลิโคนชนิดนุ่ม หรือเทียนเหลาให้มีลักษณะคล้ายอวัยวะเพศชาย ในการรักษาความกว้างและช่วยเพิ่มความลึกของช่องคลอดให้คงที่ ควรหมั่นขยายช่องคลอดเทียมอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ๆ ละประมาณครึ่งชั่วโมง

6. ต้องงดมีเพศสัมพันธ์เป็นเวลาอย่างน้อย 2 เดือนหลังผ่าตัด

7. เริ่มรับประทานฮอร์โมนได้หลังการผ่าตัด 1 สัปดาห์

8. ให้พบแพทย์ตามนัด 1 สัปดาห์หลังการผ่าตัด เพื่อตัดไหมและตรวจซ้ำ เพื่อผลการรักษาที่ดี

การผ่าตัดเพื่อเปลี่ยนเพศนั้น นอกจากเป็นการผ่าตัดใหญ่แล้ว ยังมีผลต่อชีวิตที่เปลี่ยนไปหลังการผ่าตัดอีกด้วย การเตรียมตัวที่พร้อมทั้งในด้านการศึกษาข้อมูลการผ่าตัดที่เพียงพอ การเลือกแพทย์ที่มีความชำนาญ และการสอบถามใจของตนเองอย่างจริงจัง ก็จะทำให้การผ่าตัดนั้นประสบความสำเร็จด้วยความพึงพอใจกันทุกฝ่าย

เห็นได้ว่าการผ่าตัดแปลงเพศถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เป็นการตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิต เปลี่ยนเพศจากผู้ชายเป็นผู้หญิงส่วนใหญ่ก็ไม่พบว่ามีปัญหาอะไรเกิดขึ้นภายหลังการผ่าตัด ด้วยเทคนิคการแพทย์ที่ก้าวหน้าบวกกับประสบการณ์ของแพทย์ผู้ผ่าตัด และคนไข้ได้ผ่านการประเมินสภาพจิตใจจากคณะจิตแพทย์ว่าพร้อมที่จะใช้ชีวิตที่เหลือเป็นผู้หญิงจริง ก็ได้สมใจร้อยเปอร์เซ็นต์ และถึงแม้จะมีผลข้างเคียงหลังการผ่าตัดก็มักจะช่วย และสามารถแก้ไขได้ไม่ยากครับ

การผ่าตัดแปลงเพศ มักจะทำในโรงพยาบาลหรือคลินิกเพียงไม่กี่แห่ง เนื่องจากการผ่าตัดแปลงเพศต้องอาศัยอุปกรณ์ ความรู้ ความชำนาญ และประสบการณ์ของแพทย์มากพอสมควร

ถามใจคุณเอง ศึกษาจิตใจคุณให้ละเอียดก่อนที่จะตัดสินใจผ่าตัดแปลงเพศ เพราะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของชีวิต อวัยวะที่เป็นสัญลักษณ์ของเพศชายที่ติดตัวคุณมาตั้งแต่เกิดจะหายไป คุณจะมีอวัยวะที่แสดงถึงความเป็นเพศหญิงมาแทน และถ้าคุณตัดสินใจแน่นอนแล้วละก็ หมอขอให้คุณศึกษาและเลือกปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์จริง ๆ คุณจะได้สบายใจ และได้ผลการผ่าตัดเป็นที่พอใจครับ

#2 admin

admin

    Administrator

  • Admin
  • PipPip
  • 396 posts

Posted 25 July 2007 - 01:08 PM

ผู้ป่วยที่มีความผิดปกติทางจิตใจในลักษณะที่เกิดความขัดแย้งของการรับรู้เพศและสภาพร่างกายไม่สอดคล้องกันมีคำเรียกทางการแพทย์ว่า gender dysphoria หรือ gender identity disorder ถือว่าเป็นความผิดปกติอย่างหนึ่งที่พบได้ค่อนข้างบ่อยในสังคม ในอดีตนั้นผู้ป่วยกลุ่มนี้ไม่สามารถที่จะรักษาตนเองได้เนื่องจากไม่กล้าที่จะไปพบแพทย์และรวมทั้งแพทย์เองก็ไม่ค่อยมีความรู้ความเข้าใจผู้ป่วยกลุ่มนี้อย่างดีพอ จึงทำให้การรักษาได้ผลที่ไม่ค่อยน่าพอใจ จนเป็นข่าวอยู่บ่อย ๆ ในอดีตว่ามีผู้ป่วยบางคนใช้มีดตัดอวัยวะเพศของตนเองให้ขาดออกเนื่องจากรังเกียจ หรือบางคนก็อยู่อย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ และบางคนก็กลายเป็นที่รังเกียจของคนที่อยู่รอบข้างทั้งพ่อแม่ เพื่อนร่วมงานที่ไม่เข้าใจ แต่หลังจากมีการศึกษาอย่างจริงจังและมีความเข้าใจถึงสาเหตุรวมทั้งลักษณะความผิดปกติของผู้ป่วยกลุ่มนี้อย่างลึกซึ้งแล้วพบว่าส่วนหนึ่งเกิดจากจากการเลี้ยงดูที่ไม่สมบูรณ์ตั้งแต่เด็กในช่วงอายุ 3-5 ปี และการพัฒนาการรักษาผู้ป่วยกลุ่มนี้ในปัจจุบันค่อนข้างได้ผลที่ดีพอสมควร และทำให้ผู้ป่วยสามารถมีชีวิตในสังคมอย่างเป็นสุขมากขึ้นและเป็นคนที่มีประโยชน์ต่อสังคมได้

ในปัจจุบันนี้เกือบจะเป็นที่ยอมรับกันแล้วว่าถ้าหากจะให้การรักษาเป็นไปอย่างถูกต้องครบถ้วนเป็นมาตรฐานที่สุดแล้วควรที่จะให้ผู้ป่วยสามารถรับการรักษาในสถานที่แห่งเดียวทั้งนี้เนื่องจากว่าผู้ป่วยเหล่านี้ต้องการการรักษาที่เป็นขั้นตอน และมีรายละเอียดที่สลับซับซ้อนมากกว่าที่เราเคยรู้กันในอดีต ทั้งนี้ก่อนอื่นมีความจำเป็นต้องวินิจฉัยให้ได้ก่อนว่าผู้ป่วยที่มารักษานั้นเป็นผู้ป่วยกลุ่มนี้หรือไม่ และการผ่าตัดจะสามารถทำได้หรือไม่นั้น จะมีขั้นตอนพิจารณาดังนี้

1. ผู้ป่วยต้องใช้ชีวิตอยู่ในสังคมในเพศที่ตรงข้ามกับร่างกายตลอดเวลา และประสบความสำเร็จในการใช้ชีวิตเป็นเวลาอย่างน้อย 12 เดือน

2. ผู้ป่วยต้องได้รับการตรวจและประเมินพฤติกรรมโดยจิตแพทย์อย่างน้อย 2 คน และหนึ่งในสองคนต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้โดยเฉพาะ

3. ต้องได้รับการรักษาด้วยฮอร์โมนเพื่อเตรียมสภาพร่างกายให้อยู่ในเพศตรงข้ามเสียก่อน

4. ก่อนจะผ่าตัดแปลงเพศต้องผ่าตัดส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสร้างอวัยวะเพศเสียก่อน

ดังนั้นเมื่อพิจารณาถึง ทีมงานที่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วยเหล่านี้แล้ว จะพบว่า ทีมแพทย์ที่เหมาะสมจะ

ต้องประกอบด้วยจิตแพทย์, นักจิตวิทยา, แพทย์ทางระบบต่อมไร้ท่อ หรือแพทย์ที่ดูแลเรื่องการใช้ฮอร์โมน, แพทย์ทางสูตินรีเวช, แพทย์ศัลยกรรมตกแต่งเป็นอย่างน้อย ทั้งนี้เพื่อทำให้การรักษาได้ผลอย่างสมบูรณ์ ทั้งนี้เนื่องจากการผ่าตัดเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการรักษาผู้ป่วยกลุ่มนี้เท่านั้น ผู้ป่วยยังต้องได้รับ Hormone เพื่อรักษาสภาพภายในที่จะคงสภาพของเพศตรงข้ามอย่างถาวรตลอดไป รวมทั้งสภาพจิตใจของผู้ป่วยหลังการผ่าตัดนั้นก็เป็นสิ่งที่จะต้องได้รับคำปรึกษาหากมีปัญหาเกิดในระยะยาว ปัจจุบันนี้ความก้าวหน้าด้านการผ่าตัดมีมากแต่ความรู้ความเข้าใจในด้านการรักษาด้วยฮอร์โมนสำหรับผู้ป่วยกลุ่มนี้ยังมีน้อย จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่ายาฮอร์โมนกลุ่มใดที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยที่ต้องการเปลี่ยนไปในเพศตรงข้าม และผลในระยะยาวต่อผู้ป่วยกลุ่มนี้จะเป็นอย่างไรมีอันตรายมากน้อยเพียงใดยังไม่สามารถที่จะสรุปได้แน่นอน จึงต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องจากแพทย์จึงจะปลอดภัยที่สุด

หลังจากเกริ่นมาแล้วถึงกระบวนการเลือกผู้ป่วยมาแล้วขอกล่าวถึงการผ่าตัดแปลงเพศจากชายเป็นหญิง (ซึ่งพบผู้ป่วยกลุ่มนี้มากกว่า) เพื่อความเข้าใจโดยคร่าว ๆ ดังต่อไปนี้

เป้าหมายในการสร้างอวัยวะเพศหญิงใหม่นั้นมีดังนี้คือ สร้างช่องคลอดเทียมที่มีขนาดลึกพอสมควรเพื่อรองรับการใช้งานในลักษณะของเพศหญิง และการร่วมเพศได้, สร้างรูปร่างของอวัยวะเพศใหม่ให้ดูคล้ายกับอวัยวะเพศหญิงให้มากที่สุด ทั้งนี้ได้แก่แคมนอกและแคมใน, เปลี่ยนแนวทางของท่อปัสสาวะให้อยู่ในแนวที่ถูกต้อง เนื่องจากในผู้ชายจะปัสสาวะพุ่งไปด้านหน้า ส่วนในผู้หญิงจะมีทิศทางพุ่งลงล่าง, สร้างจุดรับสัมผัสหรือปุ่มคลิตอริส (หากทำได้เพื่อทำให้มีจุดรับสัมผัสที่ใกล้เคียงกับของผู้หญิงที่สุด)

การเตรียมตัวเบื้องต้นในการผ่าตัดแปลงเพศและรายละเอียดในการผ่าตัดพอสรุปเป็นขั้นตอนได้ดังต่อไปนี้

1. ผู้ป่วยต้องได้รับการตรวจร่างกายเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีโรคอันตรายหรือเสี่ยงต่อการผ่าตัดทั้งนี้เนื่องจากการผ่าตัดทำได้โดยการดมยาสลบร่วมด้วยเท่านั้นผู้ป่วยต้องมีสุขภาพแข็งแรงพอสมควร โดยมากมักจะต้องตรวจเลือดตรวจโรคที่มากับเลือดโดยเฉพาะการตรวจเชื้อไวรัสเอดส์ตับอักเสบเป็นต้นหลังจากนั้นสิ่งสำคัญที่ต้องตรวจคือลักษณะของอวัยวะเพศว่ามีขนาดเพียงพอจะใช้สำหรับการสร้างช่องคลอดใหม่หรือไม่ หากมีขนาดสั้นเกินไปหรือเคยขลิบหนังอวัยวะเพศส่วนปลายมาแล้วก็มีผลทำให้การผ่าตัดได้ช่องคลอดที่ตื้นเกินไปได้ทำให้อาจจะต้องมีการผ่าตัดเพิ่มความยาวโดยการใช้ผิวหนังมาปลูกช่วยหรือเลือกใช้ลำไส้ใหญ่มาช่วยทำช่องคลอดให้ได้ความลึกที่เพียงพอ หากไม่มีข้อจำกัดเรื่องนี้แล้วการสร้างช่องคลอดจะใช้ผิวหนังรอบอวัยวะเพศเดิมในการสร้างผนังช่องคลอด

2. หลังจากดมยาสลบแล้วแพทย์จะเจาะช่องเพื่อเป็นช่องคลอดใหม่ผ่านตรงตำแหน่งที่เป็นช่องคลอดในสตรีให้ได้ความลึกเพียงพอด้วยความระมัดระวังไม่ให้กระทบกระเทือนต่ออวัยวะส่วนอื่น ๆ

3. จัดการตัดส่วนต่างๆให้ได้ลักษณะที่เหมาะสมได้แก่ ท่อปัสสาวะให้พุ่งลงล่าง, ตัดปลายอวัยวะเพศชายเลาะส่วนหนึ่งเก็บไว้พร้อมเส้นเลือดและเส้นประสาทเพื่อสร้างจุดคลิตอริสใหม่, ตัดลูกอัณฑะออกพร้อมท่อส่งน้ำเชื้อให้เหลือสั้นที่สุด, ตัดแต่งผิวหนังส่วนเกินสร้างอวัยวะเพศส่วนนอกให้ได้รูปร่างที่ดูเหมือนอวัยวะเพศหญิงให้มากที่สุดเป็นอันเสร็จสิ้นการผ่าตัดหลังจากนั้นผู้ป่วยต้องได้รับการปิดช่องคลอดที่สร้างใหม่ด้วยผ้ายาและใส่สายสวนปัสสาวะเพื่อเป็นทางระบายน้ำปัสสาวะไม่ให้เลอะเทอะแผลผ่าตัด พร้อมกับมีสายระบายเลือดเพื่อป้องกันไม่ให้เลือดคั่งค้างในส่วนที่ผ่าตัด

การดูแลหลังการผ่าตัดในระยะแรกจะมีการดูแลเรื่องแผลผ่าตัดให้หายได้อย่างปกติไม่มีปัญหาเรื่องการติดเชื้อมักจะเป็นหน้าที่ของแพทย์ผู้ผ่าตัดและเป็นหน้าที่ของผู้ป่วยจะดูแลในระยะต่อมาหลังจากนั้นผู้ป่วยจำเป็นต้องใช้เครื่องมือเพื่อทำการถ่างขยายช่องคลอดที่แพทย์สร้างไว้ให้คงความกว้างและความลึกอย่างน้อย 6-12 เดือน ทั้งนี้เนื่องจากแผลเป็นที่เกิดขึ้นจะทำให้เกิดช่องคลอดตีบหรือตันได้ อันเป็นเหตุให้ผลการผ่าตัดไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร การใช้งานในการร่วมเพศสามารถใช้ได้ตามปกติเมื่อแผลหายดีและผิวหนังในช่องคลอดหายสนิทดีแล้ว ส่วนมากใช้เวลาประมาณ 2 เดือน หลังจากนั้นผู้ป่วยมีความจำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยยาฮอร์โมนบำบัดเพื่อคงสภาพหญิงอย่างต่อเนื่องต่อไปโดยแพทย์ทางนรีเวช และนอกจากนั้นจิตแพทย์จะเป็นผู้ให้การดูแลประเมินผลสภาพจิตหลังการผ่าตัดแปลงเพศพร้อมทั้งแก้ไขปัญหาด้านจิตใจต่อไป

ข้อแทรกซ้อนและผลข้างเคียงที่สามารถเกิดขึ้นได้จากการผ่าตัดแปลงเพศนั้นสามารถเกิดขึ้นได้เช่นเดียวกับการผ่าตัดอื่น ๆ พอสรุปปัญหาและการแก้ไขได้ดังต่อไปนี้

Ø แผลผ่าตัดแยก หรือหายไม่สนิท : พบได้บ่อยพอสมควร ทั้งนี้เนื่องจากแผลผ่าตัดบริเวณนี้มีการเย็บต่อกันด้วยผิวหนังจากหลายส่วน ทำให้มีรอยต่อระหว่างรอยเย็บหลายแห่ง จึงเป็นไปได้ที่แต่ละตำแหน่งอาจจะมีโอกาสที่จะแยกออกจากกันได้ รวมทั้งการดูแลหลังผ่าตัดที่ไม่เหมาะสมหรือการใช้งานอวัยวะเพศใหม่เร็วเกินกำหนด จะมีโอกาสที่แผลจะเกิดปัญหาได้ แต่หากการแยกของแผลไม่กว้างมากหรือไม่หลุดออกจนหมดสามารถที่จะรักษาให้หายสนิทได้ในที่สุด แต่บางรายแพทย์อาจจะต้องทำการเย็บแผลให้ใหม่

Ø ช่องคลอดใหม่หลุด หรือลอก : เกิดในกรณีที่ช่องคลอดใหม่ยังไม่ยึดติดกับช่องที่แพทย์เจาะไว้ให้ และมีการใช้งานหรือการดูแลที่ไม่ถูกต้อง ทำให้ผิวหนังช่องคลอดปลิ้นหลุดออกกมาด้านนอก ในกรณีที่เกิดขึ้นแบบนี้ แพทย์มีความจำเป็นต้องจัดผิวหนังช่องคลอดให้ใหม่เพื่อให้ผิวบุช่องคลอดใหม่อยู่ในสภาพเดิม

Ø ช่องคลอดตีบ หรือปากช่องคลอดหดแคบ : เกิดได้จากการเจาะช่องคลอดให้ได้ไม่กว้างเพียงพอ อาจจะเนื่องจากโครงสร้างของเชิงกรานมีมุมแคบเกินไปที่จะทำช่องให้กว้างได้มาก หรือเกิดจากพังผืดหดรัดบริเวณช่องคลอดใหม่ และการดูแลถ่างช่องคลอดหลังการผ่าตัดโดยผู้ป่วยเองทำได้ไม่เพียงพอ ในระหว่างที่ช่องคลอดยังไม่อยู่ตัวดี ทำให้ช่องคลอดตีบตัวลงมา และมีการคอดรัดของปากช่องคลอด ในกรณีที่เกิดขึ้นหลังผ่าตัดไม่นาน การถ่างขยายด้วยอุปกรณ์ถ่างช่องคลอดและเพิ่มขนาดตัวถ่างจะช่วยให้มีการยืดตัวของพังผืดรอบ ๆ ได้ และช่องคลอดสามารถขยายตัวจนมีความกว้างที่เหมาะสมได้ แต่หากพังผืดติดแข็งมาก แพทย์อาจจะต้องผ่าตัดขยายช่องคลอดให้ใหม่

Ø ช่องคลอดตื้น : เป็นผลตามมาที่พบได้บ่อย ทั้งนี้เนื่องจากการสร้างช่องคลอดใหม่นั้นมีความจำเป็นต้องอาศัยผิวหนังจากอวัยวะเพศชายที่มีอยู่เดิม ซึ่งบางรายมีขนาดเล็กและยาวไม่มาก ช่องคลอดที่ได้จึงมีความตื้น และบางครั้งมีการหดตัวของช่องคลอดเนื่องจากพังผืด และเนื่องจากการถ่ายด้วยอุปกรณ์ถ่างช่องคลอดที่ไม่เพียงพอร่วมด้วยจึงทำให้ความลึกของช่องคลอดใหม่มีไม่เพียงพอแก่การใช้งานตามปกติ หากเกิดขึ้นในระยะแรก อาจจะช่วยได้โดยการใช้อุปกรณ์ถ่างขยายช่องคลอด เพื่อเพิ่มความลึกให้มากขึ้น แต่หากเกิดขึ้นในระยะหลังและไม่สามารถขยายด้วยอุปกรณ์แล้ว การผ่าตัดแก้ไขมีความจำเป็นอาจจะต้องใช้เนื้อเยื่ออื่น ๆ มาทดแทนเพื่อสร้างช่องคลอดใหม่ เช่นการใช้ลำไส้ใหญ่เป็นต้น

Ø ท่อปัสสาวะตีบ : พบได้บ่อย เนื่องจากท่อปัสสาวะที่สร้างขึ้นใหม่ มีพังผืดล้อมรอบบริเวณรูเปิดทำให้การไหลของปัสสาวะไม่สะดวก หากเกิดขึ้นแล้วการรักษาโดยการถ่ายขยายท่อปัสสาวะด้วยเครื่องมือสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ แต่ทั้งนี้เป็นการรักษาที่ต้องทำโดยแพทย์เท่านั้น ไม่สามารถทำได้ด้วยตนเอง หากเกิดอาการตีบรุนแรง จนปัสสาวะไม่ค่อยออก แพทย์อาจจะต้องทำการผ่าตัดแก้ไขท่อปัสสาวะให้กว้างขึ้นอีกครั้ง

Ø ช่องคลอดทะลุเข้าในช่องท้องหรือลำไส้ใหญ่ : เป็นข้อแทรกซ้อนที่ค่อนข้างจะรุนแรงและแก้ไขยาก เกิดเนื่องจากการดูแลหลังการผ่าตัดที่ไม่เหมาะสม เช่นใช้งานเร็วเกินไป การใช้อุปกรณ์ถ่างขยายที่ใหญ่หรือลึกเกินไป รวมทั้งการผ่าตัดที่เกิดการทะลุเข้าในลำไส้ใหญ่ ทำให้เกิดการติดต่อระหว่างช่องคลอดและลำไส้ใหญ่ขึ้น การรักษาจะทำได้โดยการผ่าตัดแก้ไขใหม่ โดยอาจจะเย็บซ่อมรูทะลุได้ถ้าหากรูไม่ใหญ่เกินไปแต่หากมีการทะลุรุนแรงและเป็นรูใหญ่มาก และไม่สามารถเย็บซ่อมได้ อาจมีความจำเป็นต้องแก้ไข โดยการระบายอุจจาระออกทางหน้าท้องก่อนระยะหนึ่ง เพื่อมิให้อุจจาระมาปนเปื้อนบริเวณรูทะลุ หลังการเย็บซ่อมรูทะลุนั้น และเมื่อรูทะลุปิดดีแล้ว จึงค่อยผ่าตัดทำช่องคลอดให้ใหม่ด้วยลำไส้ใหญ่ส่วนปลายต่อไป

Ø การหลุดลอกของปุ่มคลิตอริสที่แพทย์สร้างให้ใหม่ : การสร้างปุ่มคลิตอริสใหม่ร่วมกับการผ่าตัดแปลงเพศนั้น เป็นการผ่าตัดที่มีโอกาสกระทบกระเทือนต่อเส้นเลือดที่มาเลี้ยงปุ่มคลิตอริสได้ เนื่องจากเส้นเลือดและเส้นประสาทบริเวณนี้มีโอกาสถูกกดทับได้ง่าย ดังนั้นอาจทำให้ปุ่มคลิตอริสเกิดการขาดเลือดมาเลี้ยงและมีการลอกหลุดหรือบางครั้งตายไปได้ หากแก้ไขได้ทันท่วงที จะสามารถเก็บปุ่มคลิตอริสให้กลับคืนมาได้และใช้งานได้ตามปกติ ในกรณีที่แก้ไขไม่ได้และปุ่มคลิตอริสตายไป จะเหลือเพียงบางส่วนซึ่งอาจทำให้การใช้งานของปุ่มนี้ในการรับความรู้สึกได้ไม่เต็มที่

สรุป : จะเห็นได้ว่า เมื่อดูโดยรวมแล้ว การผ่าตัดแปลงเพศเป็นเพียงส่วนหนึ่ง ของกระบวนการรักษา ผู้ป่วยที่มีภาวะการรับรู้เพศไม่ตรงกับสภาพร่างกาย ที่ไม่สามารถบำบัดด้วยวิธีทางจิตบำบัดแล้วเท่านั้นไม่ใช่ทั้งหมด และหากผู้ป่วยได้รับการดูแลที่ถูกต้องครบถ้วนตามขั้นตอนที่ถูกต้อง ผู้ป่วยสามารถมีชีวิต

ในสังคมได้อย่างมีความสุขและสร้างประโยชน์ต่อตนเองและสังคมได้เช่นเดียวกับบุคคลธรรมดาทั่วไป แต่ในอีกแง่หนึ่งหากทำการรักษาโดยไม่ถูกต้องหรือไม่ถูกขั้นตอน เช่นผ่าตัดแปลงเพศเนื่องจากคำชักชวนของเพื่อน หรือเพื่อหวังผลด้านการพาณิชย์ หรือไม่มีการเตรียมผู้ป่วยทั้งการกายและใจก่อนผ่าตัดที่ดี อาจจะส่งผลต่อผู้ป่วยกลุ่มนี้ได้ทั้งในแง่ของร่างกาย ที่ไม่สามารถแก้ไขกลับคืนมาได้ และทางด้านจิตใจที่อาจจะประสบปัญหาในการใช้ชีวิตในสังคมและคนรอบข้างได้ ในที่สุดจะส่งผลต่อการรักษาที่ล้มเหลวได้

ขอขอบคุณข้อมูลจาก เวปไซด์





อัพเดทข่าวสารทันใจ ผ่าน BlackBerry สดจากเวทีประกวด
พร้อมภาพชุดพิเศษที่มิได้เผยแพร่ทางเวปไซด์ ติดตามชมได้ที่
http://www.facebook.com/MissladyboysDotCom
Camfrog พบเจอ พูดคุยกับทีมงานได้ที่ โซน GENERAL _Missladyboys_Dot_Com_
หากท่านมีปัญหาในการสมัคร ติดต่อได้ที่ missladyboys@hotmail.com
Hi5 : missladyboysdotcom.hi5.com Folow ได้ที่ http://twitter.com/missladyboys BB PIN : 21B3EBF0


#3 kitikuny

kitikuny

    สมาชิกหน้าใหม่

  • Members
  • Pip
  • 80 posts
  • Gender:Female
  • Interests:http://www.ovm21.com/contact.php?u=kiyuuri

Posted 13 March 2008 - 05:44 PM

[B] พี่จ้าบอกน้องที่ได้ไหม โทรมาบอกน้องก็ได้ นะ 0862955455 งะ ว่า จะแปลงเพศเหมือนกัน แต่ไม่รู้ว่าจะทำยังไงบ้างก่อนเข้าห้องผ่าตัด งะ จ้า
http://Kittikun.hi5.com

kitikuny_55_55_55@hotmail.com

kiyuuri_love@windowslive.com
kitikuny_55_55_555@hotmail.com

#4 natty_zeza

natty_zeza

    สมาชิกหน้าใหม่

  • Members
  • Pip
  • 96 posts
  • Location:Heiningen str. 21 Allmerbach Bachnang Stuttgart Germany
  • Interests:สาระแนได้ทุกเรื่องค่ะ 555+

Posted 31 May 2008 - 01:55 PM

พี่ค่ะ โดมอยากแปลเพส พร้อมกับทำนมได้ไหมค่ะ มันเสี่ยงไปรึป่าว

#5 becute

becute

    สมาชิกหน้าใหม่

  • Members
  • Pip
  • 12 posts

Posted 21 July 2008 - 09:12 PM

ถ้าแปลงตอนอายุเยอะๆจะเปนไรป่าว เพราะตอนนี้ยังไม่กล้าบอกที่บ้าน แล้วที่บอกว่าใช้ชีวิตเปนหญิงตลอก1ปี คือไร ต้องแต่งหญิงตลอดหรอ

#6 book.enjoy

book.enjoy

    สมาชิกหน้าใหม่

  • Members
  • Pip
  • 12 posts

Posted 27 January 2010 - 02:30 PM

พอดีกำลังหาโรงบาลที่เเปลงเพศอู่อะคะมีคำเเนะนำควรไปที่ไหนดีอะ คะ
อยากได้รายละเอียด สถานที่ ค่าใช้จ่าย เเละพี่ๆที่เเปลงมาเเล้ว จากโรงบาลเเห่งนั้น
http://NoMoLear.hi5.com

#7 miracle

miracle

    สมาชิกหน้าใหม่

  • Members
  • Pip
  • 5 posts

Posted 19 May 2010 - 11:12 AM

การผ่าตัดเพื่อแปลงเพศนั้น เป็นการผ่าตัดใหญ่ และมีผลต่อชีวิตทั้งชีวิต หลังการผ่าตัด ถ้าหากต้องมีการแก้ไข ก็จะได้ผลไม่ดีเท่าที่ควร การเตรียมตัวให้พร้อม การเลือกแพทย์ ที่มีความชำนาญ จะทำให้การผ่าตัดนั้น ประสบความสำเร็จ ด้วยความพึงพอใจ smile.gif


การสร้างอวัยวะเพศหญิงเป็นการสร้างช่องคลอดเทียมที่มีขนาดลึกพอสมควร เพื่อรองรับการใช้งาน ในลักษณะของเพศหญิง และสามารถร่วมเพศได้ โดยสร้างรูปร่างของอวัยวะเพศใหม่ ให้ดูคล้ายกับ อวัยวะเพศหญิงให้มากที่สุด โดยประกอบด้วยแคมนอก และแคมใน , การเปลี่ยนแนวทางของท่อปัสสาวะ ให้อยู่ในแนวที่ถูกต้อง เนื่องจากผู้ชายจะปัสสาวะพุ่งไปข้างหน้า ส่วนในผู้หญิงจะมีทิศทางพุ่งลงล่าง , สร้างจุดรับสัมผัสหรือปุ่มคลิตอริส เพื่อทำให้มีจุดรับสัมผัส ที่ใกล้เคียงกับของผู้หญิงมากที่สุด

#8 ambang

ambang

    สมาชิกหน้าใหม่

  • Members
  • Pip
  • 5 posts

Posted 28 June 2010 - 08:44 PM

โรงพยาบาลยันฮีในความคิดของเพื่อนๆพี่ๆน้องๆว่ายังไงบ้างกับการที่จะไปแปลงค่ะ





0 user(s) are reading this topic

0 members, 0 guests, 0 anonymous users