Jump to content






Photo

ท่านผู้หญิงแผ้ว สนิทวงศ์เสนี


  • Please log in to reply
5 replies to this topic

#1 Lady_Moonlight

Lady_Moonlight

    แฟนพันธ์แท้ Vol.2

  • Members
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 2988 posts
  • Gender:Male

Posted 23 June 2008 - 09:16 PM






ท่านผู้หญิงแผ้ว สนิทวงศ์เสนี

บุคคลสำคัญในวงการนาฏศิลป์ไทย


ชีวิตวัยเด็ก

ท่านผู้หญิง แผ้ว สนิทวงศ์เสนี มีนามว่า แผ้ว สุทธิบูรณ์ เกิดเมื่อวันที่ ๒๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๔๖ เป็นธิดาคนที่ ๒ ของนาย เฮง และนางสุทธิ สุทธิสมบูรณ์ ใน จำนวนพี่น้องสามคน คือ นางทับทิม คลี่สุวรรณ พี่สาว และนายสหัส สุธิบูรณ์ น้องชาย ในครอบครัวพอมีอันจะกินจากจังหวัดฉะเชิงเทรา ความที่คุณย่ามีตำแหน่งเป็นคุณพนักงานในพระราชสำนักฝ่ายในของพระบาทสมเด็จ หระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ท่านผู้หญิงแผ้วจึงมีโอกาสเข้าไปอยู่ในพระบรมมหาราชวังกับคุณย่าด้วย กระทั่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ เสด็จสวรรคต จึงกลับออกมาอยู่กับบิดามารดาดังเดิม กระทั่งอายุ ๘ ขวบ จึงได้เข้าไปอยู่ในวังสวนกุหลาบ

ท่านผู้หญิงแผ้วเข้าถวายตัวในสมเด็จพระบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้า อัษฏางค์เดชาวุธ กรม หลวงนครราชสีมา มีท้าวนารี วรคณารักษ์ (แจ่ม ไกรฤกษ์) เป็นผู้ปกครองดูแล อีกทั้งได้รับการฝึกหัดนาฏศิลป์กับครูอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิในราชสำนัก เช่น เจ้าจอมมารดาวาด (ท้าววรจันทร์) และเจ้าจอมมารดาเขียน ในรัชกาลที่ ๔ เจ้าจอมมารดาทับทิม ในรัชกาลที่ ๕ หม่อมแย้มในสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ หม่อมอึ่งในสมเด็จพระบัณฑูรฯ จากการที่ท่านผู้หญิงแผ้วเรียนรำละครด้วยใจรัก ประกอบกับเป็นเด็กหน้าตางดงาม จึงได้รับการสนับสนุนให้เรียนอย่างเต็มที่


ชีวิตสมรส


ด้วย ความรู้ความสามารถในการแสดงนาฏศิลป์เป็นเลิศ ประกอบกับความงามทั้งกาย และใจ เพียบพร้อมด้วยคุณสมบัติของเบญจกัลยาณีครบถ้วน ท่านผู้หญิงแผ้วจึงเป็นที่โปรดปรานของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้า อัษฏางค์เดชาวุธ กรมหลวงนครราชสีมายิ่งนัก ทรงขอท่านหญิงแผ้วไปเป็นชายาในพระองค์ มีนามว่าหม่อมแผ้ว นครราชสีมา ต่อมาทรงยกขึ้นเป็นหม่อมห้ามของพระองค์ แล้วจึงนำความกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงมีพระมหากรุณารับท่านผู้หญิงแผ้วไว้ในตำแหน่งสะใภ้หลวง และโปรดเกล้าฯ ให้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ

ท่าน ผู้หญิงแผ้วมีความสุขในชีวิตสมรสประมาณ ๑๐ ปี สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าอัษฏางค์เดชาวุธ กรมหลวงนครราชสีมา ซึ่งขณะนั้นทรงดำรงตำแหน่งองค์รัชทายาทเสด็จทิวงคต ยังความทุกข์ยากมาสู่จิตใจท่านผู้หญิงเป็นล้นพ้น ท่านเล่าว่า ?ตอนนั้นพระองค์ท่านพระชนมายุได้ ๓๖ ปี ฉันอายุได้ ๒๕ ซึ่งฉันรู้สึกว้าเหว่ และเศร้าโศเป็นลมพับ และรูว่าโลกนี้ช่างไม่มีอะไรแน่นอนทั้งสิ้น?

จาก นั้นอีกนานพอสมควร ท่านผู้หญิงแผ้วจึงสมรสใหม่กับพลตรีหม่อมสนิทวงศ์เสนี (ม.ร.ว.ตัน สนิวงศ์) มีชีวิตสมรสอีกรูปแบบหนึ่ง ท่านผู้หญิงมีความสุขกับการเป็นแม่บ้าน ยามว่างจะดูแลปลูกต้นไม้พืชผัก และรักษาปรับปรุงบ้านซึ่งพร้อมหน้าพร้อมตาด้วยลูกๆ ทั้งหมดสี่คนได้แก่

- ม.ล.แต้ว สนิทวงศ์

- ม.ล.นวลผ่อง สนิทวงศ์ สมรสกับ พลเอกแสวง เสนาณรงค์ มีบุตรธิดา ๓ คน

๑. นางเพชรพริ้ง สารสิน

๒. นางสาวพราวพร เสนาณรงค์

๓. นายแมนพงศ์ เสนาณรงค์

- พ.ต.อ.(พิเศษ) ม.ล.เติม สนิทวงศ์ สมรสกับนางโสภี โชติกพุกกณะ มีบุตรธิดา ๓ คน

๑. นายอยุทธย์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา

๒. นางสุธัญญา บุญสูง

๓. นางคล้ายจันทร์ พันธ์แมน

- ม.ล.ตวง สนิทวงศ์ สมรสกับ ม.จ. รังสีนภดล ยุคล มีบุตรธิดา ๔ คน

๑. นางสายฝน สนิทวงศ์ ณ อยุธยา

๒. นายดุลสิทธิ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา

๓. นายรังษิดล สนิทวงศ์ ณ อยุธยา
๔. นายตรรค สนิทวงศ์ ณ อยุธยา

ท่านผู้หญิงแผ้ว สนิท วงศ์เสนี มีความรักด้านรำละครมาตั้งแต่เยาว์ ท่านได้รับการฝึกหัดอบรมด้านละครขณะอยู่ในวังสวนกุหลาบเมื่ออายุได้ ๘ ปี สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าอัษฏางค์เดชาวุธ กรมหลวงนครราชสีมา ได้ส่งท่านผู้หญิงไปฝึกหัดนาฏศิลป์กับครูอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิในราชสำนักจน มีความรู้ความสามารถออกแสดงเป็นตัวละครเอกในโอกาสแสดงถวายทอดพระเนตรหน้าพระ ที่นั่งในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวหลายครั้ง ท่านผู้หญิงแสดงเป็นอิเหนา และนางดรสา ในเรื่องอิเหนา เป็นพระพิราพ และทศกัณฐ์ในเรื่องรามเกียรติ์


ท่านผู้หญิงเคยเล่าว่า หลัง จากที่ฉันอยู่ในวังสวนกุหลาบสักระยะหนึ่ง เจ้าฟ้าอัษฏางค์ได้ส่งฉันไปฝึกหัดอิเหนา ที่วังกรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ หัดกับเจ้าจอมมารดาเขียน ท่านเจ้าจอมหัดให้ฉันเป็นอิเหนา เมื่อเวลาฉันทำไม่ดีท่านจะตีฉัน ฉันเอามือรับจนหัวแม่มือฉันแตกคือมือด้านซ้าย ฉันอยู่ที่กรมวังพระนราหลายเดือน ต่อมาไปอยู่ในวังสวนกุหลาบ สำหรับการแสดงได้แสดงเป็นตัวเอกหลายเรื่อง ได้เคยต้อนรับแขกเมืองที่เข้ามาเยี่ยมเยือนประเทศไทย และแสดงถวายหน้าพระที่นั่งตั้งแต่รัชกาลที่ ๕ ถึง รัชกาลที่ ๗

สำหรับเรื่องที่แสดงนั้น ฉันแสดงเป็นตัวอิเหนาตั้งแต่เข้าห้องจินตะหราจนถึงศึกกะหมังกุหนิงกับหม่อมแย้ม ฉันเก่งในทางเพลงอาวุธ ทั้ง หอก กระบี่ ทวน ดาบ กริช สำหรับ ละครใน ฉันทำได้ดี เป็นที่โปรดปรานของเจ้านาย สำหรับละครนอก แสดงเป็นตัวพระไวย ตอนแตกทัพ ไชยเชษฐ์ และเป็นตัวไกรทองอย่างดีเยี่ยม ต่อมาแสดงที่กระทรวงการต่างประเทศเมื่ออายุ ๑๓ ปี ทูลกระหม่อมอัษฏางค์ฯ ส่งฉันไปอยู่กับเจ้าจอมมารดาทับทิม ในรัชกาลที่ ๕

ฉัน เป็นนางเมขลาคู่กับคุณหญิงเทศนัฏกานุรักษ์ เป็นรามสูร ต่อมาแสดงเป็นดรสาในเรื่องอิเหนาเมื่อตอนโดดเข้ากองไฟ รำกริชผู้หญิงตายตามระตู การแสดงครั่งนี้ เจ้าฟ้าอัษฏางค์ฯ ทรงชอบมาก และขอฉันไปเป็นชายาของพระองค์

ครั้นมาเป็นหม่อมห้ามในพระองค์ ไม่ ทรงอนุญาตให้เล่นละครเปิดหน้าให้คนอื่นได้เห็นในงาน ฉลองแซยิดครบ ๖๐ ปี ของท้าวนารีวรคณารักษ์ ท่านผู้หญิงแผ้วจึงต้องแสดงเป็นตัวพระพิราพทรงเครื่อง ซึ่งพออกมายืนแตะข้างม่าน ก็เป็นที่ประทับใจแก่เจ้านายและข้าราชการที่เชิญมาในงานั้นเป็นอย่างยิ่ง

จวบจนสมเด็จเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้าอัษฏางค์เดชาวุธ กรมหลวงนครราชสีมา เสด็จทิวงคตแล้ว เป็นเวลานานพอสมควร ท่านผู้หญิงแผ้วจึงสมรสกับพลตรีหม่อมสนิทวงศ์เสนี (ม.ร.ว.ตัน สนิทวงศ์)



ชีวิตการทำงาน


ท่าน ผู้หญิงแผ้วต้องติดตามสามีซึ่งรับราชการเป็นทูตทหารไปประจำที่ต่างประเทศ หลายประเทศ เช่น ฝรั่งเศส อังกฤษ อิตาลี และที่ประเทศโปรตุเกส พล ตรีหม่อมสนิทวงศ์ได้เป็นเอกอัครราชทูตไทย และการที่ท่านผู้หญิงแผ้วติดตามสามีไปอยู่ประเทศต่างๆ ในสมัยนั้น นับเป็นผลดีกับวงการนาฏศิลป์ไทย เพราะท่านไปอยู่ประเทศไหนก็สนใจศึกษานาฏศิลป์ของชาตินั้น และจดจำเอาไว้ได้เป็นอย่างดี จนเมื่อกลับมาอยู่เมืองไทยเป็นการถาวร คุณธณิต อยู่ โพธิ์ หัวหน้ากองการสังคีต กรมศิลปากรในสมัยนั้น ได้มาเรียนเชิญให้ท่านผู้หญิงช่วยปรับปรุงฟื้นฟู และวางรากฐานด้านการละคร การรำ ของกรมศิลปากรซึ่งซบเซาขาดช่วงไป เพื่อสืบต่อศิลปวัฒนธรรมในด้านนี้

ท่านผู้หญิงในฐานะผู้เชี่ยวชาญนาฏศิลป์ไทยในกรมศิลปากร จึงนำเอาวิชาความรู้ทางด้านนาฏศิลป์จากประเทศต่างๆ บางอย่างมาพัฒนาซึ่งเคยเนิบช้า ให้กะทัดรัดงดงามตามแบบแผน สร้างความเพลิดเพลินชื่นชมแก่ผู้ชมอย่างไม่มีเหนื่อยหน่าย อาทิ ระบำม้า ท่านผู้หญิงเคยเล่าว่า ลีลาท่าเต้นโขยกไปเขยกมาของผู้แสดงระบำม้านั้น ท่านจดจำมาจากท่าระบำม้าของประเทศโปรตุเกส แล้วนำมาปรับปรุงให้เป็นท่ารำแบบไทยๆ

ท่านผู้หญิงแผ้ว สนิท วงศ์เสนี เปรีบยเสมือนศูนย์รวมศิลปวัฒนธรรมไทย เพราะท่านยังเป็นผู้รอบรู้ในศิลปวิทยาการด้านนาฏศิลป์การประพันธ์บทสำหรับ แสดงทั้ง โขนและละคร ภาระหน้าที่ของท่านมีมากมาย ดังนี้

๑. เป็นผู้เชี่ยวชาญในศิลปะวิทยาการเกี่ยวกับนาฏศิลป์ไทย เช่น ท่ารำของผู้แสดงทั้งพระ นาง ยักษ์ และลิง รวมทั้งตัวประกอบเสนาทั่วไป ตลอดจนสิงสาราสัตว์ที่จัดเป็นชุดระบำ เช่น ระบำช้าง ระบำม้า ระบำเงือก ระบำนก ระบำควาย (ระบำบันเทิงกาสร) เป็นต้น

๒. เป็นผู้คัดเลือกเรื่อง และชุดการแสดง อำนวยการจัดทำบทสำหรับแสดง เป็นผู้อำนวยการฝึกซ้อมการแสดงนาฏศิลป์ไทยของกรมศิลปากร

๓. เป็นผู้คัดเลือกตัวโขนละครให้เหมาะสมกับบทบาทของตัวโขนละครในเรื่องต่างๆ อันเป็นหลักวิชาสำคัญอย่างหนึ่ง ซึ่งผู้คัดเลือกต้องมีความรอบรู้ในเรื่องตัวโขนละครเรื่องนั้นๆ เป็นอย่างดี

๔. เป็นผู้กำหนดตัวศิลปินที่จะช่วยฝึกสอน และกำกับการแสดงนาฏศิลป์ชุดต่างๆ ซึ่งกรมศิลปากรได้รับอนุมัติจากรัฐบาลให้จัดไปแสดงต่างประเทศ

๕. เป็นผู้ฝึกสอน และอำนวยการฝึกซ้อมการแสดงโขน ละคร ฟ้อนรำ ฯลฯ ทุกครั้งที่กองการสังคีต กรมศิลปากร จัดแสดงเผยแพร่แก่ประชาชน ณ โรงละครแห่งชาติ สังคีตศาลา สถานีโทรทัศน์ สถานที่ราชการ ต่างประเทศ และต่างจังหวัดทั่วราชอาณาจักร

๖. เป็นวิทยากรบรรยายและตอบข้อซักถาม ในการอบรมเกี่ยวกับเรื่องนาฏศิลป์ และวรรณกรรมการแสดง

๗. เป็นที่ปรึกษาในการสร้างนาฏกรรมประเภทต่างๆ ซึ่งหน่วยราชการ สถาบันการศึกษา องค์กร และสมาคม ตลอดจนเอกชนทั่วไปจัดขึ้นในกรณีพิเศษ

นอกเหนือจากความเชี่ยวชาญในตำราฟ้อนรำอันสืบทอดมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว ท่านผู้หญิงแผ้วยังมีความเชี่ยวชาญพิเศษในการค้นคิดประดิษฐ์ลีลาท่ารำให้ เหมาะสมกับยุคสมัย ดำเนินไปโดยถูกต้องตามระเบียบแบบแผนอันมีมาแต่โบราณ ไม่ว่าจะเป็นทีท่าท้าวพญามหากษัตริย์ ขุนนาง บุคคลสามัญ ตลอดจนท่าทางของสัตว์ทั่วไป ท่านผู้หญิงสามารถประดิษฐ์ลีลาท่ารำได้อย่างงดงาม และเหมาะสมกับบทบาท


#2 Lady_Moonlight

Lady_Moonlight

    แฟนพันธ์แท้ Vol.2

  • Members
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 2988 posts
  • Gender:Male

Posted 23 June 2008 - 09:19 PM

ท่ารำที่ท่านผู้หญิงแผ้วประดิษฐ์ขึ้นมีมากมาย

๑. ประเภทระบำ มีดังนี้

๑. ๑ ท่าระบำสัตว์ต่างๆ เช่น ระบำกวาง ระบำปลา ระบำบันเทิงกาสร (ระบำควาย) ระบำม้า ระบำกุญชรเกษม (ระบำช้าง) ระบำเริงอรุณ (ระบำผีเสื้อ) ระบำนาค ระบำเงือก (แบบมีบทร้องในละครนอก เรื่องพระอภัยมณี ตอนพระอภัยมณีหนีนางผีเสื้อ) ระบำนกเขา ระบำมยุราภิรมย์ (ระบำนกยูง) ระบำหงส์เหิน ระบำครุฑ (แบบผู้หญิงแสดง)

๑. ๒ ท่าระบำอื่นๆ นอกจากระบำสัตว์ ก็มีระบำทวน ระบำวีรชัยทหารพระสุธน ระบำกินรีร่อน ระบำไกรลาสสำเริง ในละครเรื่องมโนราห์ ระบำนางไม้ ในละครเรื่องขุนช้างขุนแผนตอนพระไวยแตกทัพ ระบำเทพบันเทิง ในละครเรื่องอิเหนาตอนลมหอบ ระบำแขก (ช่วยประดิษฐ์ท่ารำร่วมกับนายจาตุรงค์ มนตรีศาสตร์) ในละครเรื่องอาบูหะซัน ระบำนพรัตน์ ในละครนอกเรื่องสุวรรณหงส์ ตอนชมถ้ำ ระบำนางใน ระบำเงาะ และระบำนางกอย ในละครเรื่องเงาะป่า ระบำดอกบัว ในละครนอกเรื่องรถเสน ระบำโบราณคดี ชุดระบำสุโขทัย ระบำจีน-ไทยไมตรี ระบำเล่นเทียนประกอบบายศรีเชิญพระขวัญ จัดแสดงถวายทอดพระเนตรเนื่องในการสมโภชพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราชกุมาร ระบำวิชนี (ระบำพัด)


๒. ประเภทท่ารำ มีดังนี้

๑. ท่ารำของอิเหนา ตอนจากถ้ำ และตอนตัดดอกไม้ฉายกริชในละครใน เรื่องอิเหนา

๒. ท่ารำของนางมโนห์ราตอนบูชายัญ ในละคร เรื่องมโนห์รา

๓. รำพม่า-ไทยอธิษฐาน ประดิษฐ์ท่ารำร่วมกับครูลมุล ยมะคุปต์ แสดงครั้งแรกเนื่องในโอกาสที่คณะทูตวัฒนธรรมไทย ไปเจริญสัมพันธไมตรีกับสหภาพพม่า เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๘

๔. รำลาว-ไทยปณิธาน ประดิษฐ์ท่ารำร่วมกับครูลมุล ยมะคุปต์ แสดงครั้งแรกเนื่องในโอกาสที่คณะทูตวัฒนธรรมไทยไปเจริญสัมพันธไมตรีกับราชอาณาจักรลาว พ.ศ. ๒๕๐๐

๕. รำสีนวลออกเพลงอาหนู

๖. รำโคมบัว

๗. รำซัดชาตรี

๘. รำเถิดเทิง (ประดิษฐ์ท่ารำร่วมกับครูลมุล ยมะคุปต์)

๙. รำกระทบไม้

๑๐. รำฉุยฉายฮเนา



๓. ประเภทฟ้อน มีดังนี้


๑. ฟ้อนมาลัย ในละครพันทางเรื่องพญาผานอง

๒. ฟ้อนดวงเดือน

๓. ฟ้อนรัก (ได้รับการฝึกหัดมาจากเจ้าจอมมารดาเขียนในรัชกาลที่ ๔)

๔. ฟ้อนจันทราพาฝัน

นอกจากผลงานทางด้านนาฏศิลป์ไทยซึ่งเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายแล้ว ท่านผู้หญิงแผ้วยังเรียบเรียง และจัดทำบทโขน บทละครไว้อีกหลายเรื่องหลายชุด และหลายตอน เช่น
๑. บทละครในเรื่องอิเหนา ตอนเข้าเฝ้าท้าวดาหา ตอนลมหอบ ตอนอุณากรรณชนไก่ ตอนบุษบาชมศาล ตอนตัดดอกไม้ฉายกริช ตอนประสันตาต่อนก ตอนศึกกะหมังกุหนิง ตอนประสันตาเชิดหนัง และตอนหย้าหรันลักนางเกนหลง

๒. บทละครนอก เรื่องสังข์ทอง ตอนเลือกคู่-หาปลา ตอนนางมณฑาลงกระท่อม ตอนตีคลี ตอนพระสังข์เลียบเมือง

๓. บทละครนอก เรื่องไกรทอง ตอนที่ ๑ ตะเภาแก้ว ตะเภาทอง และบริวารไปเล่นน้ำ ตอนที่ ๒ ไกรทองตามนางวิมาลากลับถ้ำ

๔. บทละคร เรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนพลายเพชร พลายบัว ออกศึก

๕. บทละคร เรื่องพระอภัยมณี ตอนพระอภัยมณีหนีนางผีเสื้อ ตอนพระอภัยมณีพบนางสุวรรณมาลี ตอนพระอภัยมณีพบนางละเวง

๖. บทละครนอก เรื่องไชยเชษฐ์ ตอนนางสุวิญชาถูกขับไล่

๗. บทละครนอก เรื่องรถเสน (ร่วมแต่งกับผู้อื่น)

๘. บทละคร เรื่องมโนห์รา (ร่วมแต่งกับผู้อื่น)

๙. บทละคร เรื่องเงาะป่า

๑๐. บทละคร เรื่องสังข์ศิลป์ชัย ตอนท้าวเสนากุฎเข้าเมือง

๑๑. บทละครนอก เรื่องคาวี ตอนนางในกลอนศึกถึงเผาพระขรรค์

๑๒. บทละครนอก เรื่องสุวรรณหงส์ ตอนพราหมณ์เล็กพราหมณ์โต

๑๓. บทโขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุดปราบกากนาสูร ชุดนางลอย ชุดปราบบรรลัยกัลป์



ภาพประกอบจาก หออัครศิลปิน
ข้อมูลจาก learners.in.th

#3 lookpong_drama

lookpong_drama

    สมาชิก...ขาจร

  • Members
  • PipPip
  • 303 posts

Posted 23 June 2008 - 09:24 PM

พี่เจ๊ท ทำรายงานไปเเล้วอะ ประวัติบุลคลสำคัญ พี่เจ๊ทเก่งอะยอมรับเลยหนูนี้สิเรียนมากี่ปีเเละก็ไม่รู้ยังไม่ค่อยจะได้เรื่องได้ราวเลยอะ
ตอนทำรายงานโครตเครียดเลยค่ะคุนพี่ เเถบจะไปขุดหลุมศพกันเลยเเละ อาจารโหดอะที่คลอง 6 ข้อมูลไม่ตรงนี้เเก้กันข้ามวันข้ามคืน

ขอให้กระเทยที่เเสนดีอย่างคุณพี่เจ๊ท สวยวันสวยคืน มีเงินทองท่วมหัวนะค่ะ มีผัวหล่อรวยเเละ..ใหญ่
ขอบคุณสำหรับช้อมูลดีๆๆๆนะคร่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

#4 Lady_Moonlight

Lady_Moonlight

    แฟนพันธ์แท้ Vol.2

  • Members
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 2988 posts
  • Gender:Male

Posted 23 June 2008 - 09:29 PM

555555555555555+

กรำ ๆๆ กระทู้งาม ๆ มาอวยพร แบบนี้ กระทู้เสียหมด

จริง ๆ แล้วก็ไม่ได้คิดตรงนี้หรอก พอดีเมื่อวันอาทิตย์ นั่งรอเวลาก่อนไปทัวร์คาบาเร่ต์ กับทางเวป
ดูทีวีช่องนึง เค้านำประวัติของท่านผู้หญิงมาเสนอ เห็นน่าสนใจเป็นอย่างมาก
ก็เลยลองค้นหาดู จึงนำมาลงให้ได้อ่านกันค่ะ ^^

ไหน ๆ ก็ห้องนาฏศิลป์แล้ว ควรจะมีให้ครบเนอะ กริกริ

#5 Purple_Tulip

Purple_Tulip

    up to Me...???

  • Members
  • PipPipPip
  • 777 posts

Posted 23 June 2008 - 10:44 PM

ข้อมูลแน่นจริงๆค่ะ ยกนิ้วให้

#6 rachelle

rachelle

    สมาชิกหน้าใหม่

  • Members
  • Pip
  • 78 posts

Posted 13 July 2008 - 06:32 AM

ขอบคุรมากนะค่ะ สำหรับ ประวัติของท่านผู้หญิงแผ้ว อ่านแล้วชอบมากๆค่ะ











QUOTE(Lady_Moonlight @ Jun 23 2008, 09:19 PM)
ท่ารำที่ท่านผู้หญิงแผ้วประดิษฐ์ขึ้นมีมากมาย

๑. ประเภทระบำ มีดังนี้

            ๑. ๑ ท่าระบำสัตว์ต่างๆ เช่น ระบำกวาง ระบำปลา ระบำบันเทิงกาสร (ระบำควาย) ระบำม้า ระบำกุญชรเกษม (ระบำช้าง) ระบำเริงอรุณ (ระบำผีเสื้อ) ระบำนาค ระบำเงือก (แบบมีบทร้องในละครนอก เรื่องพระอภัยมณี ตอนพระอภัยมณีหนีนางผีเสื้อ) ระบำนกเขา ระบำมยุราภิรมย์ (ระบำนกยูง) ระบำหงส์เหิน ระบำครุฑ (แบบผู้หญิงแสดง)

                ๑. ๒ ท่าระบำอื่นๆ นอกจากระบำสัตว์ ก็มีระบำทวน ระบำวีรชัยทหารพระสุธน ระบำกินรีร่อน ระบำไกรลาสสำเริง ในละครเรื่องมโนราห์ ระบำนางไม้ ในละครเรื่องขุนช้างขุนแผนตอนพระไวยแตกทัพ ระบำเทพบันเทิง ในละครเรื่องอิเหนาตอนลมหอบ ระบำแขก (ช่วยประดิษฐ์ท่ารำร่วมกับนายจาตุรงค์ มนตรีศาสตร์) ในละครเรื่องอาบูหะซัน ระบำนพรัตน์ ในละครนอกเรื่องสุวรรณหงส์ ตอนชมถ้ำ ระบำนางใน ระบำเงาะ และระบำนางกอย ในละครเรื่องเงาะป่า ระบำดอกบัว ในละครนอกเรื่องรถเสน ระบำโบราณคดี ชุดระบำสุโขทัย ระบำจีน-ไทยไมตรี ระบำเล่นเทียนประกอบบายศรีเชิญพระขวัญ จัดแสดงถวายทอดพระเนตรเนื่องในการสมโภชพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราชกุมาร ระบำวิชนี (ระบำพัด)
๒. ประเภทท่ารำ มีดังนี้

            ๑. ท่ารำของอิเหนา ตอนจากถ้ำ และตอนตัดดอกไม้ฉายกริชในละครใน เรื่องอิเหนา

                ๒. ท่ารำของนางมโนห์ราตอนบูชายัญ ในละคร เรื่องมโนห์รา

                ๓. รำพม่า-ไทยอธิษฐาน ประดิษฐ์ท่ารำร่วมกับครูลมุล  ยมะคุปต์ แสดงครั้งแรกเนื่องในโอกาสที่คณะทูตวัฒนธรรมไทย ไปเจริญสัมพันธไมตรีกับสหภาพพม่า เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๘

                ๔. รำลาว-ไทยปณิธาน ประดิษฐ์ท่ารำร่วมกับครูลมุล  ยมะคุปต์ แสดงครั้งแรกเนื่องในโอกาสที่คณะทูตวัฒนธรรมไทยไปเจริญสัมพันธไมตรีกับราชอาณาจักรลาว พ.ศ. ๒๕๐๐

                ๕. รำสีนวลออกเพลงอาหนู

                ๖. รำโคมบัว

                ๗. รำซัดชาตรี

                ๘. รำเถิดเทิง (ประดิษฐ์ท่ารำร่วมกับครูลมุล  ยมะคุปต์)

                ๙. รำกระทบไม้

                ๑๐. รำฉุยฉายฮเนา

๓. ประเภทฟ้อน มีดังนี้


            ๑. ฟ้อนมาลัย ในละครพันทางเรื่องพญาผานอง

                ๒. ฟ้อนดวงเดือน

                ๓. ฟ้อนรัก (ได้รับการฝึกหัดมาจากเจ้าจอมมารดาเขียนในรัชกาลที่ ๔)

                ๔. ฟ้อนจันทราพาฝัน

                นอกจากผลงานทางด้านนาฏศิลป์ไทยซึ่งเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายแล้ว ท่านผู้หญิงแผ้วยังเรียบเรียง และจัดทำบทโขน บทละครไว้อีกหลายเรื่องหลายชุด และหลายตอน เช่น
              ๑. บทละครในเรื่องอิเหนา ตอนเข้าเฝ้าท้าวดาหา ตอนลมหอบ ตอนอุณากรรณชนไก่ ตอนบุษบาชมศาล ตอนตัดดอกไม้ฉายกริช ตอนประสันตาต่อนก ตอนศึกกะหมังกุหนิง ตอนประสันตาเชิดหนัง และตอนหย้าหรันลักนางเกนหลง

              ๒. บทละครนอก เรื่องสังข์ทอง ตอนเลือกคู่-หาปลา ตอนนางมณฑาลงกระท่อม ตอนตีคลี ตอนพระสังข์เลียบเมือง

              ๓. บทละครนอก เรื่องไกรทอง ตอนที่ ๑ ตะเภาแก้ว ตะเภาทอง และบริวารไปเล่นน้ำ ตอนที่ ๒ ไกรทองตามนางวิมาลากลับถ้ำ

              ๔. บทละคร เรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนพลายเพชร พลายบัว ออกศึก

              ๕. บทละคร เรื่องพระอภัยมณี ตอนพระอภัยมณีหนีนางผีเสื้อ ตอนพระอภัยมณีพบนางสุวรรณมาลี ตอนพระอภัยมณีพบนางละเวง

              ๖. บทละครนอก เรื่องไชยเชษฐ์ ตอนนางสุวิญชาถูกขับไล่

              ๗. บทละครนอก เรื่องรถเสน (ร่วมแต่งกับผู้อื่น)

              ๘. บทละคร เรื่องมโนห์รา (ร่วมแต่งกับผู้อื่น)

              ๙. บทละคร เรื่องเงาะป่า

              ๑๐. บทละคร เรื่องสังข์ศิลป์ชัย ตอนท้าวเสนากุฎเข้าเมือง

              ๑๑. บทละครนอก เรื่องคาวี ตอนนางในกลอนศึกถึงเผาพระขรรค์

              ๑๒. บทละครนอก เรื่องสุวรรณหงส์ ตอนพราหมณ์เล็กพราหมณ์โต

              ๑๓. บทโขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุดปราบกากนาสูร ชุดนางลอย ชุดปราบบรรลัยกัลป์

ภาพประกอบจาก หออัครศิลปิน
ข้อมูลจาก learners.in.th





0 user(s) are reading this topic

0 members, 0 guests, 0 anonymous users