Jump to content


banz

Member Since 15 Mar 2009
Offline Last Active Apr 03 2009 08:00 AM

Topics I've Started

อยากมีพี่เลี้ยงนางงามค่ะ ลูกเสี้ยวอินเดีย อายุ16

20 March 2009 - 04:58 AM

ตอนนี้ปิดเทอมพอดี หนูอยากหาประสบการณ์ในการประกวด อยากมีพี่เลี้ยงที่ให้คำแนะนำเราได้ค่ะ ถ้ายังไงก็โทรมาที่ 0869749986 โทรมาแนะนำก็ได้ค่ะ เบ้นซ์นะคะ เป็นลูกเสี้ยวอินเดีย (พี่ๆทีมงานห้ามลบกระทู้นี้นะคะหนูต้องการแนะนำตัวให้พี่ๆที่กำลังหานางงามหน้าใหม่ หนูอยากประกวดมากๆเลยค่ะ) สูง 173 หนัก 45 สามารถพูดภาษา อินเดียได้ดี banz.thai@hotmail.com ออนเกือบ24ชั่วโมงค่ะ ปิดเทอมไม่มีไรทำอ่ะ

นวนิยาย โซ่เสน่หา สะท้อนชีวิตสาวประเภทสอง เขียนโดยสาวประเภทสองตอนที่1

15 March 2009 - 03:58 AM

โซ่เสน่หา        ตอนที่1      โดยเบนซ์
                                    "จะดื่มกาแฟหรือทานข้าวต้มดีคะ"
ภานุรัตน์พูดกับปะรำอย่างเอาอกเอาใจ  ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้มักจะเป็นหลังจากที่มีเรื่องทะเลาะเบะแว้งกัน  ปะรำไม่ได้นึกแปลกใจกับยามดีของภานุรัตน์   เพราะยามร้ายของเธอก็มักหนักหน่วงไม่แ หลายต่อหลายครั้งที่เขาเกิดเกิดความรู้สึกเบื่อหน่ายต่ออารมณ์ที่ไม่คงเส้นคงวาของเธอ แต่เงินของเธอทำให้เขาอยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
"ข้าวต้มนะคะจะได้หนักๆท้อง ข้าวต้มกุ้งเสียด้วยสิคะ"
ปะรำนั่งตักข้าวต้มรับประทานอยู่เงียบๆ ไม่พูดไม่จาอะไรทั้งสิ้น   ภานุรัตน์ไม่ค่อยสบอารมณ์นักกับความเฉยเมยไม่ยินดียินร้ายของปะรำ แต่เพราะเพิ่งดีกัน  จึงไม่อยากหาเรื่องทะเลาะเบาะแว้งอีก
"ทานข้าวต้มเสร็จ ตามด้วยกาแฟอีกถ้วยนะคะ"
"อย่าเลยผมรีบไปทำงาน ขืนสายรถติดแย่"
"โธ่เอ๊ย! สายนิดสายหน่อยจะเป็นไรไปคะ  แพทจะพูดกับป๋าเอง  เคร่งครัดอะไรกันนักหนากับลูกเขย"
น้ำเสียงตอนท้ายคนพูดทำเสียงแจ่มใสขณะที่คนฟังทำหน้าพะอือพะอมทุกวันนี้คนที่บริษัทก็มองเขาด้วยสายตาแปลกๆพอแล้ว
"ไม่ต้อง!" เขาทำเสียงห้วนสีหน้าขึงขัง ครั้นพอรู้สึกตัวเขาก็เสียงอ่อนลง   "อย่าให้ผมรู้สึกตัวว่ามีอภิสิทธ์เหนือคนอื่นเลย ทุกวันนี้ผมก็ถูกมองไม่ดีอยู่แล้ว"
"อีนังคนไหนมันปากหอยปากปู ว่าเป้ บอกแพทมาสิคะ แพทจะบอกป๋าให้ไล่มันออก"
ภานุรัตน์พูดน้ำเสียงเอาเรื่อง  ขณะที่ปะรำพูดเนือยๆ
"มีใครบ้างที่พูดนินทา ให้เราได้ยิน โง่น่ะสิที่ทำแบบนั้น"
"เราไม่ได้ยินก็ช่างหัวมันสิคะ  อย่าใส่ใจให้ปวดหัวเลย ว่าแต่แพทจะขับรถไปส่งเป้ดีไหมคะ?"
"ไม่ต้อง! ผมขับรถไปเองได้ไม่อยากให้ใครๆมองผมว่าถูกคุณคุม"
"โอเคค่ะ เอาอย่างนั้นก็ได้ " ภานุรัตน์ ยอมตามใจอีกฝ่าย "แต่ขับรถดีๆนะคะแพทเป็นห่วง"
"ครับ ผมระมัดระวังดีอยู่แล้ว"
.............................................................

เมื่อภานุรัตน์อยู่คนเดียวจึงออกไปพบคุณพิศสมร ซึ่งกำลังนั่งง่วนแกะสลักขิงอ่อนเพื่อทำขิงดอง
"ขยันอีกแล้วนะคะแม่พิศ"
"ขิงมันกำลังถูกค่ะ"  คุณพิศสมรพูดกับลูกเลี้ยงซึ่งมีสภาพเป็นสาวประเภทสอง แต่ดูเหมือนผู้หญิงมาก "ก็เลยนำมาดองใส่ขวดเอาไว้นำไปถวายพระแล้วก็แจกญาติๆ"
"กว่าจะสลักหมดกะละมัง มีหวังหลังแข็ง"
ภานุรัตน์บ่นอย่างหวาดผวาแทน
"ไม่รู้ว่าแม่จะขยันไปถึงไหน ซื้อมันก็หมดเรื่อง แถวร้านค้ามีขายออกดาดดื่น"
"รู้จ๊ะ ว่าหาซื้อได้ แต่มันก็ไม่ภูมิใจเท่าที่เราได้ทำเอง"
"คิดแบบนี้ก็เหนื่อยไปเถอะ"  ภานุรัตน์พูดปนหัวเราะ "แพทเห็นจะไม่เอาด้วย"
"คุณแพทหน้าตาแจ่มใสแล้ว....คืนดีกับเป้แล้วใช่ไหมคะ"
"ค่ะ...เป้บอกว่าคุณสิณไปตาม ต้องขอบคุณแม่พิศมากๆเลยค่ะ"
ภานุรัตน์เข้ากอดและหอมแก้มคุณพิศสมรอย่างประจบ
"โถ...ขอแค่คุณแพทมีความสุขแม่พิศก็พอใจแล้วค่ะ   เมื่อวานโทรศัพท์ไปให้นายสิณจัดการ...รายนั้นงี่เง่าเหลือเกิน"
"คุณสิณน่ะต้องเลิกงี่เง่าแน่ๆ  ถ้าแม่พิศหาผู้หญิงให้แต่งงานด้วย"
ภานุรัตน์พูดถึงกสิณธรและความนึกคิดก็แว่บไปที่กลิ่นแก้วอดีตคนรักเก่าของปะรำ
"ถ้าหากจับคู่ให้คนทั้งสองมาอยู่ร่วมกันได้...ปะรำจะได้หมดเยื่อใยจากนังกลิ่นแก้วเสียที่"
คุณพิศสมรฟังคำแนะนำจากลูกเลี้ยงทำให้หัวเราะ
"อย่าพูดยุให้ยากเลยค่ะ อย่างนายสิณน่ะชาตินี้จะรู้จักหาผู้หญิงหรือเปล่ายังน่าสงสัย"
"แพทหาให้เอาไหมเอ่ย"
"เป็นผู้หญิงที่ไหนคะ...ลูกใคร...คุณแพทอย่าไปเอาลูกข้างถนนมาเป็นลูกสะไภ้แม่นะ"
"อุ๊ย!ขออุบไว้ก่อนค่ะ"
ภานุรัตน์ทำท่าเป็นมีลับลมคมนัย  ขณะที่นึกอยู่ในใจว่าเห็นจะบอกให้คุณพิศสมรทราบไม่ได้หรอก  เพราะคุณพิศสมรคงไม่ยินดีรับลูกสะใภ้ที่มีแต่ตัวอย่างนังกลิ่นแก้วเป็นแน่
..................................................................................

กลิ่นแก้วเข้าทำงานแต่เช้าเพื่อเคลียร์งานที่ค้างคาอยู่เสร็จแล้วหญิงสาวเตรียมไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม  เพื่อจะนำเงินไปใช้คืนกสิณธร  หญิงสาวบอกโสมนิภา  ซึ่งนั่งทำงานอยู่ข้างๆ
"จะไปโรงพยาบาลนะ..."
"มีอะไรหรือ"
"ธวัชน้องชายของฉันถูกรถชน"
"ต๊าย!ตั้งแต่เมื่อไหร่แล้วเป็นอะไรมากมั้ย.."
"ก็ต้องรอดูอาการก่อน ยังต้องดูแลเป็นพิเศษ
"ต๊าย! ฟังแล้วน่าใจหายนะแล้วลูกเมียลำบากแย่สิเพราะนายวัชเป็นคนหาเลี้ยงนี่"
โสมนิภาพูดเหมือนรู้เรื่องในครอบครัวของธวัชดี  จะว่าไปแล้วโสมนิภานั่นแหละเป็นคนที่รู้จักแจ่มศรีและนำมาเล่าให้เธอฟังเองว่าแจ่มศรีเป็นเด็ฏบ้านแตกมีปัญหา
"นายวัชมันจะหาเมียทั้งทีน่าจะคลำให้มีหางบ้างว่ากำพืดมันเป็นยังไง  มีเมียแบบนังแจ่มศรีมีหวังเลี้ยงจนหัวโต ไม่ต้องผุดไม่ต้องเกิดกัน"
สีหน้าของกลิ่นแก้วค่อนข้างขรึม  ทำให้โสมนิภาพูดอ่อยๆ
"สงสัย คนลำบากคือแก้วนะคราวนี้"
"ฉันไปก่อนนะจ๊ะ..."
"แก้วฉันจะตามไปเยี่ยมตอนเลิกงานแล้วกันนะ"
...........................................................................

กลิ่นแก้วไม่เคยมาบริษัทนี้นานแล้ว   เรียกได้ว่านับตั้งแต่เธอกับปะรำเลิกกัน   แต่ทุกอย่างที่นี่ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง  หญิงสาวสอบถามประชาสัมพันธ์ของห้องทำงานของกสิณธรไม่นานนัก  หญิงสาวก็ได้กับเขาในห้องทำงาน  กสิณธรกำลังทำงานอยู่  เขาเงยหน้าก็ยิ้มทักทายหล่อน
"อ้าว คุณแก้วหน้าม้านั่นเอง เอ้ย คุณกลิ่นแก้ว.."  ตอนท้ายเขารีบเปลี่ยนชื่อหญิงสาว  แต่กลิ่นแก้วไม่ได้มีสีหน้าผิดปกติไปเลย  เฉกเช่นทุกๆครั้ง  "นั่งก่อนสิครับ"
"ฉันนำเงินมาคืนน่ะค่ะ"
หญิงสาวส่งซองใส่เงินให้ชายหนุ่ม  ซึ่งเขาก็ไม่ได้ยื่นมือมารับแต่หญิงสาวก็วางไว้ที่โต๊ะ
"ขอบคุณมากนะคะ สำหรับเงินที่ให้ยืม ฉันรบกวนคุณแค่นั้ค่ะ"
"เดี๋ยวครับ อย่าเพิ่งไปเลย ผมยังไม่ได้หาเครื่องดื่มอะไรให้คุณเลยครับ"
"ไม่ต้องหรอกค่ะ ฉันรีบ"
กลิ่นแก้วขยับตัวจะลุกขึ้นยืนแต่ต้องชะงัก เมื่อมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น พร้อมกันกับที่ปะรำผลักบานประตูเข้ามา  ชายหนุ่มทำหน้าฉงน ที่เห็นกลิ่นแก้วอยู่ในห้องกับกสิณธรตามลำพัง
"อ้าว...คุณแก้วมาทำอะไรที่นี่"
"คุณกลิ่นแก้วมีธุระกับผมนิดหน่อย ผมจะลงไปส่งข้างล่างนะครับ"
"ไม่ต้องหรอกค่ะ คุณสิณ ฉันมาเองได้ก็กลับเองได้ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ"
.................................................................................

เมื่ออยู่กันตามลำพังแล้ว ปะรำก็ถามกสิณธรอย่าง รอไม่ได้ว่า
"แก้วมีอะไรกับคุณสิณหรือครับ...ผมไม่ยักรู้ว่าคุณติดต่อกัน"
"แก้วแปลกประหลาดที่ตรงไหนเหรอ"
คำย้อนถามของกสิณธร ทำให้ปะรำมีอาการชะงักงันไม่ใช่น้อยเลย  นั่นน่ะสิ! ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยสัดนิดที่คนทั้งคู่จะติดต่อกัน  เพราะต่างก็มีสิทธิ์ที่จะรู้จักกันได้
"ครับไม่แปลก แต่ว่ามันไม่น่าเป็นไปได้เลย"  ปะรำพูดพึมพำพลางมองหน้าชายหนุ่มอย่างรู้สึกแปลกใจ  "คุณสิณ กับแก้วเป็นไม้เบื่อไม้เมากันไม่น่าเชื่อว่าจะมาญาติดีกันได้"
"ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกมันก็มีความเปลี่ยนแปลงกันได้นะ" กสิณธรพูดน้ำเสียงเรียบๆ  "อย่างที่เขาว่าความเปลี่ยนแปลงเป็นนิรันดร์ยังไงล่ะ"
....................................................................................................

"พี่วัชออกมาจากห้องไอ.ซ๊.ยู แล้วล่ะค่ะพี่แก้ว..."
ขวัญระพีน้องสาวของเธอมาถึงโรงพยาบาลแต่เช้า  มาดูแลอาการของธวัช
"หมอบอกว่า พ้นขีดอันตรายแล้ว"
"ก็ดีแล้ว พี่อยากให้นายวัชหายเร็วๆ
กลิ่นแก้วและขวัญระพี รีบเข้าไปหาน้องชายในห้อง  ธวัชยังไม่ได้สติมีการให้นำเกลือและเครื่องช่วยหายใจพร้อมสายอะไรต่างๆนาๆมากไปหมด
"วัช...วัช.."
"อืม.." เสียงขานรับแต่เป็นการละเมอเสียมากกว่า "แจ่ม...น้องจี๋กินข้าวแล้วยัง...."
"พี่วัชเขาละเมอถึงเมียแกตลอด"
ขวัญระพีเล่าถึงอาการของพี่ชาย  และบอกอย่างสงสารพี่ชายว่า
"เมียพี่วัชนี่ก็เหลือเกิน ป่านนี้ยังไม่ยอมโผล่หัวมาอีก"
"แจ่มรับปากกับพี่แล้ว ว่าจะมาดูอาการวัชแต่เช้า"
" โธ่! พี่แก้วเชื่ออะไรกับคำพูดของผู้หญิงแบบนั้นคะ...ยายนี่รับปากไปนั่นแหละพวกส่งเดช"
กำลังสนทนากันอยู่แจ่มศรีก็จูงน้องจี๋ เข้ามาในห้องด้วยอาการกระหืดกระหอบ
"ทำไมมาเอาป่านนี้"

ขวัญระพีถามพี่สะใภ้อย่างฉุนเฉียวและอีกฝ่ายก็ทำน่างอหงิกไม่แพ้กัน
"น้องจี๋ไม่ยอมตื่น...พอตื่นมาก็ร้องให้โยเยกว่าจะลากขึ้นรถเมล์มาได้ก็เหนื่อยแทบตายเลย"
"ลูกตัวเท่าเมี่ยงแค่นี้เอาไม่อยู่" ขวัญระพีมองอีกฝ่ายอย่างหมดศรัทธา  "แล้วจะทำมาหากินอะไรได้  เวรของพี่วัชเหลือเกิน"
"ถ้าคิดกันว่าเป็นเวรเป็นกรรม แจ่มเลิกกับพี่วัชก็ได้"
"แจ่มศรีพูดเสียงดัง
"เบื่อเหลือเกินแล้วมีผัวอย่างนี้" แจ่มศรีพูดบ่นๆ "แล้วยังต้องมาเลี้ยงลูกอีก รำคาญ"
"เอาล่ะ! พอกันที!"
กลิ่นแก้วยกมือห้ามปราม ก่อนที่เรื่องมันจะมากไปกว่านี้  กลิ่นแก้วพูดกับน้องสะใภ้ว่า
"แจ่ม ดูแลวัชนะ พี่จะต้องกลับไปทำงาน แล้วยังมีอะไรก็โทร.ไปหาพี่แล้วกัน"
"จ้ะ"
กลิ่นแก้วฉุดมือน้องสาวออกมานอกห้อง  ขณะที่ขวัญระพีพูดจากระฟัดกระเฟียด
"พี่แก้ว...พี่แก้วไม่น่าฉุดออกมาเลย  อยากจะฉะหน้านังเส็งเคร็งนั่น ผัวจะตายมิตายแหล่ ยังกล้าพูดว่าจะเลิกกับผัว"
"ขวัญ พี่ขอร้องนะให้ใจเย็นอดทน เห็นแก่นายวัชมันเถอะ  ถ้ารู้สึกตัวได้สติ เมียทิ้งไปมันจะหมดกำลังใจ"
"เมียเลวๆอย่างนี้ มีไปก็หนักใจ"
"เอาเถอะน่า ยังไงเขาก็มีลูกด้วยกันนะ เขาจะดีจะเลวยังไงก็เป็นเรื่องของเขา ถ้าเขาจะเลิกกันก็ขอให้นายวัช ฟื้นแข็งแรงก่อน  ให้เขาเลิกกันเอง เราอย่าเข้าไปยุ่งเลย..."



........................................จบตอนที่1 ตอนที่สองจะมาลงไม่นานเกินรอค่ะ นี่หน้าผู้เขียนค่ะ เป็นสาวประเภทสอง อายุ16 อยากมีพี่เลี้ยงด้วย อยากเป็นนางงาม และนักเขียนนวนิยายค่ะ เม้นต์กันหน่อยนะคะ